เปิดทางเดิน ‘รอมดอน หะยีอาแว’ จาก ‘สิงห์ดำ-นรต.สิงคโปร์’

 สู่เก้าอี้รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับคติประจำใจ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

       เปิดเส้นทางชีวิตราชการ “รอมดอน หะยีอาแว” สิงห์ดำรุ่นใหม่ไฟแรง ดีกรี นร.นอกสิงคโปร์ จากปลัดอำเภอบ้านเกิดปัตตานี ไต่เต้าสู่ “นายอำเภอมะนัง” ในวัยเพียง 38 ปี ก่อนขยับนั่งรองผู้ว่าฯ สงขลา และล่าสุดได้รับความไว้วางใจขยับชั้นสู่ “รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต” ขับเคลื่อนเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

      กระทรวงมหาดไทยภายใต้ความท้าทายใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ปรากฏชื่อของ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

       เส้นทางชีวิตราชการของ “รอมดอน” ถือเป็นหนึ่งในข้าราชการฝ่ายปกครองรุ่นใหม่ที่มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านการบริหารงานบุคคล และการจัดการความขัดแย้ง (Conflict Resolution) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารราชการในพื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอด

       เส้นทางการศึกษา ฐานราก “สิงห์ดำ” สู่ผู้เชี่ยวชาญการเจรจาระดับภูมิภาค ประวัติการศึกษาของ รอมดอน หะยีอาแว ถือว่าไม่ธรรมดาและเป็นต้นทุนสำคัญในการทำงานมวลชน จบปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (สิงห์ดำ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาโท ใบที่ 1 รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ จบปริญญาโท ใบที่ 2 ด้านการแก้ไขข้อพิพาท (Conflict Resolution) จาก National University of Singapore (NUS) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำที่เป็นต้นแบบการศึกษาด้านการทูตและการเจรจาในระดับภูมิภาค

      ย้อนกลับไปในเส้นทางรับราชการตลอด 16 ปี รอมดอนเริ่มต้นชีวิตข้าราชการครั้งแรกในตำแหน่ง ปลัดอำเภอ ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์และเติบโตอย่างต่อเนื่องในสายงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ภาคใต้ เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ จ่าจังหวัดนราธิวาส และเคยมีประสบการณ์ทำงานที่สำคัญยิ่ง ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดับไฟใต้และพัฒนาพื้นที่เฉพาะกิจ

     จุดเปลี่ยนสำคัญคือการก้าวขึ้นเป็น นายอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่ง นายอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียนรู้งานในพื้นที่ภาคกลาง

      รอมดอนเคยเผยถึงหลักคิดในการทำงานว่า ไม่ว่า ณ ช่วงเวลานั้นจะดำรงตำแหน่งอะไร หรือมีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร จะทำมันให้ดีที่สุด และหากได้รับมอบหมายสิ่งที่ยาก จะมองว่าเป็นการท้าทายความสามารถ

“รู้สึกสนุกที่ได้ผ่านแต่ละบททดสอบ บางด่านก็ง่ายสามารถผ่านได้ไม่ยาก แต่บางด่านก็ต้องใช้ความพยายาม แต่ท้ายที่สุดไม่มากก็น้อยเราจะได้เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์ที่เราผ่านและสั่งสมมา”

       ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รอมดอนนำหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาปรับใช้ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความสามารถบวกความตั้งใจทำงานและการเข้าถึงพี่น้องประชาชน จึงทำให้เขาเป็นที่รักของคนในพื้นที่ เกิดความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างรัฐกับชาวบ้านในการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

     กระทั่งเมื่อขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รอมดอนก็ได้รับเสียงชื่นชมและกระแสตอบรับในเชิงบวกจากภาคประชาชนและข้าราชการในพื้นที่อย่างหนาหู ด้วยสไตล์การทำงานที่ “เข้าถึงง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม และเน้นการทำงานเชิงรุก”

        “รองฯ รอมดอน ไม่ใช่นักปกครองที่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ แต่เป็นสไตล์บูรณาการ มุ่งเน้นการดึงทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม เอกชน และราชการ มาร่วมโต๊ะเจรจาเพื่อแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จ”

     การแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่ง “บททดสอบ” ครั้งสำคัญของรอมดอน ในการนำความรู้ด้านการบริหารงานบุคคล ความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาไกล่เกลี่ย และสไตล์การทำงานเชิงรุกที่ไม่ยอมนั่งห้องแอร์ มาขับเคลื่อนเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

     เป็นเก้าอี้ตัวใหม่ ตำแหน่งใหม่ ในวัยและประสบการณ์ที่พร้อมจะพิสูจน์บททดสอบที่ท้าทายอีกครั้ง ภายใต้คติประจำใจเดิม… “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด”