ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์ความรุนแรงชายแดนใต้ในรอบ 1 เดือน กอ.รมน.ภาค 4 พบปืu 2 กระบอก โยง 11 คดีรุนแรง

    สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ระดมสมองและสรรพกำลัง ใช้ไม้นวมไม้แข็ง ก็ไม่มีทีท่าจะสงบลงโดยง่าย โดยล่าสุดเมื่อ 18 กันยายน 2569 เกิดเหตุลอบวางระเบิด และยิงซ้ำใส่รถบรรทุก 6 ล้อ ของเจ้าหน้าที่ อส. สุคิริน ที่นราธิวาส ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ณ บ้านบารูกายาอิง ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ. นราธิวาส ส่งผลให้มีกำลังพล เสียชีวิต 2 นาย และ บาดเจ็บ 16 ราย

🔵 ย้อนรอยเหตุป่วนชายแดนใต้ ส.ค. – ก.ย. 69

หากปักหมุดนับจากวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกระจายใน 27 อำเภอ จาก 37 อำเภอของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนมากถึง 107 จุด หลายคนเข้าใจว่า นับจากนั้นสถานการณ์เงียบสงบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประปราย ต่อเนื่องไม่หยุด
.
-28 สิงหาคม เกิดเหตุลอบวางเพลิงอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล “สาคอบน” (อบต.สาคอบน) อ.มายอ จ.ปัตตานี และในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ยังเกิดเหตุเผายางรถยนต์ 2 จุด
.
-29 สิงหาคม คนร้ายพร้อมอาวุธสงคราม บุกเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า โกลบอล เฮ้าส์ สาขาปัตตานี วางระเบิด 3 ลูก และนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ “รถโชเล่ย์” ประกอบระเบิดเป็น “โชเล่ย์บอมบ์” เข้าไปจอดในลานจอดรถข้างอาคาร หวังก่อเหตุใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้ทัน
.
-3 กันยายน ลอบวางระเบิดแผงโซล่าเซลล์โรงงานสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ บ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา
.
-10 กันยายน จุดมอเตอร์ไซค์บอมบ์ ริมถนนสายนราธิวาส – ปัตตานี ใกล้ตลาดปาลัส แรงระเบิดทำให้รถตำรวจสายตรวจหุ้มเกราะของ สภ.มายอ ได้รับความเสียหาย ตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย
.
-16 กันยายน คนร้ายลอบเผาทำลายกล้องวงจรปิดในพื้นที่ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จำนวน 7 จุด รวมกล้องเสียหาย 23 ตัว
.
-18 กันยายน วางระเบิดรถบรรทุกหกล้อของ อส.สุคิริน เหตุเกิดบนถนนในพื้นที่ ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 16 นาย

🔵 กอ.รมน.เปิดผลตรวจปืu 2 กระบอก โยง 11 คดีป่วนใต้

พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าบังคับใช้กฎหมายบนเทือกเขาตะเว บริเวณรอยต่อ ต.บองอ อ.ระแงะ กับ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จนผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย คือ นายอูเช็ง เจ๊ะมิง และ นายอูเซ็ง มามะ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืuได้ 2 กระบอก
.
ผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และประวัติคดี พบว่าอาวุธปืuทั้ง 2 กระบอก เคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 เหตุการณ์
.
-อาวุธกระบอกแรกเป็นปืuเล็กกล AK102 ขนาด 5.56 มม. หมายเลขประจำปืuถูกขูดลบ พบข้อมูลเชื่อมโยง 5 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุยิงประชาชนเสียชีวิต 2 ราย ใน อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 , เหตุพยายามปล้นทรัพย์และยิงข่มขู่เจ้าของร้านขายของชำใน อ.แว้ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 , เหตุลอบยิงฐานปฏิบัติการ มว.ฉก.นปพ.นราธิวาส 31 เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 , เหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.เกียร์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 และเหตุวันที่ 9 กันยายน 2569 พบอาวุธปืuกระบอกนี้อยู่ข้างศพผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการบนเทือกเขาตะเว
.
-อาวุธกระบอกที่ 2 เป็นปืuเล็กกล M16 ขนาด 5.56 มม. หมายเลขประจำปืu 9116930 ตรวจสอบพบว่าเป็นปืuที่ถูกปล้นชิงไปจากเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ กองร้อยทหารราบที่ 15121 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559
.
จากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงปืuกระบอกดังกล่าวกับเหตุรุนแรง 6 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุลอบยิงบนเทือกเขาตะเว วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2563 , เหตุลอบยิงฐานปฏิบัติการ ชป.จรยุทธ์ ร้อย.ทพ.4514 อ.ตากใบ วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย , เหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต.บองอ อ.ระแงะ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 , เหตุลอบวางบึ้มและยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.48 วันที่ 9 มีนาคม 2567 , เหตุลอบยิงและขว้างบึ้มใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย และ เหตุวันที่ 9 กันยายน 2569 ตรวจยึดปืuได้ข้างศพผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการบนเทือกเขาตะเว
.
พ.อ.เอกวริทธิ์ ระบุว่า ผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืuและปลอกกระสุนถือเป็นข้อมูลสำคัญในการเชื่อมโยงพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีต โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลตามกฎหมายต่อไป
.