‘เรือนจำปัตตานี’ นำผู้ก้าวพลาด ลุยน้ำกู้วิกฤต แจกข้าวชาว ‘บาราเฮาะ’

ท่ามกลางสายน้ำที่ยังคงท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี สร้างความยากลำบากในการดำรงชีวิตของผู้คน วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เพียงนำมาซึ่งความเสียหาย แต่ยังพัดพา “ธารน้ำใจ” ให้ไหลมารวมกันจากทั่วทุกสารทิศ… ไม่เว้นแม้แต่จากพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมด้วยกำแพงสูงอย่าง “เรือนจำ”

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ภาพความประทับใจได้เกิดขึ้น ณ บ้านบลี ตำบลบาราเฮาะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อคณะเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางปัตตานี ได้เปลี่ยนสถานะจากผู้อยู่หลังกำแพง มาเป็น “ผู้ให้” เดินลุยน้ำลงพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชน

“คนไทยไม่ทิ้งกัน” แม้ตัวจะอยู่หลังกำแพง ปฏิบัติการครั้งนี้ นำทัพโดย นายศรชัย ตลาสุข ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา ในฐานะรักษาราชการแทน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี ที่เล็งเห็นว่า ในยามที่พี่น้องประชาชนข้างนอกเดือดร้อน คนข้างในก็ไม่อาจนิ่งดูดาย

คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และตัวแทนผู้ต้องราชทัณฑ์ชั้นดี ได้ร่วมแรงร่วมใจกันนำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ที่ปรุงด้วยความตั้งใจ และน้ำดื่มสะอาด ลำเลียงลงเรือและเดินลุยน้ำ เข้าไปยังพื้นที่ หมู่ 8 บ้านบลี ต.บาราเฮาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำจากแม่น้ำปัตตานีที่เอ่อล้น ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากติดค้างอยู่ในที่พักอาศัย

การผนึกกำลังผู้นำชุมชน เข้าถึงทุกครัวเรือน ความสำเร็จในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากคนในพื้นที่ โดยมี นายแดะลี บีแม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านบลี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน เป็น “โซ่ข้อกลาง” ช่วยอำนวยความสะดวก ชี้เป้าบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก และนำคณะลัดเลาะไปตามเส้นทางน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าข้าวกล่องทุกกล่อง และน้ำดื่มทุกขวด จะถูกส่งถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงที่สุด

มากกว่า ‘อาหาร’ คือ ‘โอกาส’ และ ‘กำลังใจ’ กิจกรรมในวันนี้ มีนัยยะที่ลึกซึ้งกว่าการแจกของบริจาคทั่วไป เพราะนี่คือกระบวนการ “คืนคนดีสู่สังคม” ในทางปฏิบัติ

สำหรับผู้ประสบภัย อาหารมื้อนี้ช่วยให้อิ่มท้อง แต่สำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์ การได้ออกมาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ คือการได้สัมผัสโลกภายนอกในฐานะผู้มีจิตอาสา ได้รับรอยยิ้มและคำขอบคุณจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจ ให้พวกเขารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง และพร้อมที่จะกลับตัวเป็นพลเมืองดีเมื่อพ้นโทษ

กิจกรรมนี้คือการแสดงความห่วงใยจากกรมราชทัณฑ์ที่มีต่อประชาชนในยามวิกฤต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในเบื้องต้น และที่สำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรือนจำกับชุมชนภายนอก ให้สังคมได้รับรู้ว่า หลังกำแพงสูงนั้น ยังมีหัวใจที่พร้อมจะช่วยเหลือและแบ่งปันเสมอ

น้ำท่วมอาจจะยังไม่ลดลงในทันที แต่กำแพงความรู้สึกระหว่าง “คนใน” กับ “คนนอก” ได้ถูกทลายลงแล้ว ด้วยสะพานแห่งน้ำใจในวันนี้.