เปิดโมเดล ‘เรือนจำปัตตานี’ รับทัพนราธิวาส

                                                                                                           

         เจาะแนวทางบริหารเรือนจำกลางปัตตานี หลังรักษาการ ผบ.เรือนจำ เปิดบ้านต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากนราธิวาส ชูจุดแข็งด้านพัฒนาศักยภาพบุคลากรและงานทัณฑปฏิบัติ มุ่งเป้าแลกเปลี่ยนเทคนิคจัดการผู้ต้องขัง-ฝึกอาชีพ หวังสร้างมาตรฐานใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

              เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ภารกิจสำคัญของกรมราชทัณฑ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ภายใต้ความท้าทายเฉพาะตัวของบริบทพื้นที่

        รักษาการ ผบ.เรือนจำปัตตานี เปิดบ้านรับคณะดูงาน                                                                       

          นายเชษฐ หลงจิ นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จาก เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติราชการ

          การลงพื้นที่ของคณะจากเรือนจำจังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมชมตามระเบียบวาระปกติ แต่เป็นการมุ่งเป้าไปที่ 4 แกนหลักสำคัญของการบริหารงานราชทัณฑ์ ได้แก่

1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่ให้เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

2. การฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง การบริหารจัดการกิจกรรมที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและวิถีชีวิตคนในพื้นที่

3. งานควบคุมผู้ต้องขัง มาตรฐานความปลอดภัยและการจัดระเบียบภายในเรือนจำ

4. งานด้านทัณฑปฏิบัติ ขั้นตอนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎระเบียบใหม่

                                                                             

                   ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยน ‘เทคนิคบริหาร’

                                    แหล่งข่าวจากเรือนจำกลางปัตตานีระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาดูงานครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเรือนจำในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเน้นไปที่การ “แลกเปลี่ยนเทคนิค” (Technical Exchange) ซึ่งแต่ละแห่งอาจมีจุดแข็งที่ต่างกัน

                            “เป้าหมายคือการนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ (Adaptation) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะในมิติด้านการฝึกอาชีพที่จะช่วยให้ผู้ต้องขังมีรายได้และวิชาชีพติดตัวไปประกอบอาชีพสุจริตหลังพ้นโทษ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการลดการกระทำผิดซ้ำ”

ยกระดับงานราชทัณฑ์ชายแดนใต้

                          เป็นที่น่าสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของเรือนจำกลางปัตตานีในช่วงที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการจัดระบบบริหารจัดการที่เป็นสากลควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบทของท้องถิ่น การเปิดพื้นที่ให้เรือนจำเพื่อนบ้านอย่างนราธิวาสเข้ามาศึกษาดูงาน จึงถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานงานทัณฑปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นปึกแผ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                           อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลังจากนี้คือ การนำ “องค์ความรู้” จากหน้ากระดาษและคำอธิบายในการดูงาน ไปสู่การปฏิบัติจริงในรั้วเรือนจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมต่อทั้งตัวเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังต่อไป