จากภาษาศาสนา สู่เครื่องมือทรงอิทธิพลขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

                     

      “ภาษาอาหรับไม่ใช่แค่ภาษาของคัมภีร์ แต่คือภาษาแห่งโอกาสในโลกยุคใหม่” นี่คือหัวใจสำคัญที่ถูกส่งผ่านงาน “วันภาษาอาหรับโลก 2025” ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา

         ทีมข่าวเรา จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังแนวคิด “อิทธิพลภาษา สร้างคน เสริมสมรรถนะสู่อนาคต” ว่าเหตุใดงานวิชาการเล็กๆ จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการปรับตัวในสังคมมุสลิมไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

     ในอดีต ภาพจำของภาษาอาหรับในสังคมไทยมักจำกัดวงอยู่ในแวดวงปราชญ์ศาสนาและการประกอบศาสนพิธี แต่ในปาฐกถาพิเศษของ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ชี้ให้เห็น “กระบวนทัศน์ใหม่” ว่าภาษาอาหรับกำลังทำหน้าที่เป็น “Soft Power” ที่มีอิทธิพลต่อทั้งมิติสังคมและเศรษฐกิจ

    การที่ 3 องค์กรยักษ์ใหญ่ด้านการศึกษาอย่าง มูลนิธิปันความรู้, มูลนิธิศรัทธาชนฯ และวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกริก จับมือกันนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อจัดกิจกรรมนันทนาการ แต่เป็นการวางรากฐาน “นิเวศการเรียนรู้” (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงเยาวชนเข้ากับตลาดแรงงานโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (GCC) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

     สิ่งที่น่าสนใจในงานครั้งนี้คือการรวมตัวของบุคคลระดับคีย์แมนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งระดับนโยบายอย่าง ผศ.ดร.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข จากสถาบันวะสะฏียะฮ์ฯ และภาคปฏิบัติอย่าง นายอำพล ตระการฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ภาษาอาหรับฯ
นี่คือภาพสะท้อนว่า การขับเคลื่อนภาษาอาหรับในไทยกำลังเปลี่ยนจากการ “ต่างคนต่างทำ” มาเป็นการ “สร้างเครือข่าย” (Networking) การมีกิจกรรมแข่งขันสุนทรพจน์และบทกวีอาหรับ ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ความสามารถ แต่คือการฝึกทักษะ Soft Skills เช่น การเจรจาต่อรอง การแสดงออก และการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ตลาดงานในอนาคตต้องการ ความท้าทายในโลก 2025
     ภายใต้แนวคิด “เสริมสมรรถนะสู่อนาคต” ความท้าทายที่รออยู่คือทำอย่างไรให้ภาษาอาหรับในไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ไปสู่ทักษะขั้นสูง เช่น ภาษาอาหรับเพื่อธุรกิจ (Business Arabic) หรือภาษาอาหรับเพื่อการทูต
การที่หน่วยงานอย่าง มูลนิธิปันความรู้ และ มูลนิธิศรัทธาชนฯ เข้ามาร่วมสนับสนุนเยาวชนและเด็กกำพร้าในโครงการนี้ จึงเป็นการ “สร้างโอกาสที่เท่าเทียม” ให้เด็กกลุ่มนี้มีอาวุธทางปัญญาที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ภาษาคือสะพาน งานวันภาษาอาหรับโลก 2025 จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองประจำปี แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ของสังคมมุสลิมไทยว่า “ภาษาอาหรับคือสะพานเชื่อมโยงอดีตอันรุ่งโรจน์ เข้ากับอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส” หากการขับเคลื่อนนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เราอาจได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ศรัทธาที่เข้มแข็ง แต่ยังมีสมรรถนะที่สากลยอมรับ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกมุสลิมอย่างสง่างาม