“ชาวคลองแงะอ่วม! กลิ่นพิษคลุมเมือง กระทบ 3 พันครัวเรือน”

ชาวคลองแงะลุกฮือ! รวมตัวจี้สอบกลิ่นเหม็นโรงงานยางเรื้อรัง 20 ปี เผยกระทบกว่า 3,000 ครัวเรือน เตรียมบุกศูนย์ดำรงธรรมจันทร์นี้
ชาวบ้านตำบลคลองแงะกว่า 100 คน รวมตัวแสดงพลังถือป้ายประท้วงโรงงานปล่อยกลิ่นเหม็นสะสมนานนับสิบปี แฉพิกัด 4 โรงงานต้นเหตุในพื้นที่ใกล้เคียง ด้านรองนายกเทศมนตรีฯ เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นอุตสาหกรรมจังหวัด-ศูนย์ดำรงธรรม 2 มี.ค. นี้ หลังพบปัญหาทวีความรุนแรงจนชาวบ้านแสบตา-หายใจไม่ออก
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขาเทศบาลคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวแทนชาวบ้านจาก 11 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลคลองแงะ และหมู่บ้านใกล้เคียงกว่า 100 คน รวมตัวสวมหน้ากากอนามัยและถือป้ายข้อความเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
กลุ่มผู้ประท้วงได้ใช้เครื่องขยายเสียงเดินขบวนรณรงค์ไปรอบตลาดคลองแงะ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาด โดยมีข้อความบนป้ายประท้วงที่น่าสนใจ อาทิ “หากโรงงานยังไม่หยุดส่งกลิ่นเหม็น เด็กๆ ในชุมชนจะอยู่กันอย่างไร?” และ “หยุดปล่อยกลิ่นพิษ คืนลมหายใจให้กับประชาชน”
เปิดเสียงสะท้อน 20 ปีที่ไร้การแก้ไขอย่างยั่งยืน
นายอภิชาติ กำเนิดทอง กำนันตำบลพังลา เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ปัญหากลิ่นเหม็นจากการแปรรูปยางพาราส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านมานานกว่า 20 ปี แม้ที่ผ่านมาจะมีการร้องเรียนและหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบเป็นระยะ แต่ผลที่ได้เป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น โดยเฉพาะล่าสุดที่มีกลิ่นรุนแรงขึ้นจนชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวด้วยตนเอง
“กลิ่นมันเหม็นรุนแรงจนทนไม่ไหวจริงๆ คนนอกพื้นที่อาจไม่เข้าใจ แต่คนตรงนี้ต้องสูดดมทุกวัน ครั้งนี้เราต้องรวมพลังเพื่อให้ผู้มีอำนาจและ ส.ส. คนใหม่ เห็นว่าเรื่องนี้จะปล่อยให้เงียบหายไปเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” นายอภิชาติกล่าว
ด้าน นายธีระพล อริโณ ผู้ใหญ่บ้านทราย ระบุว่าการรวมตัวครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์ และหวังให้ผู้มีอำนาจลงพื้นที่เจรจากับโรงงานเพื่อหาทางแก้ไข หากยังไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านอาจพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหวตามความเหมาะสม
แฉพิกัด 4 โรงงานต้นเหตุ – กระทบหนักช่วงฝนตก
นายภานุพงศ์ โรจน์ศิริกูลกิจ รองนายกเทศบาลคลองแงะ ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างกว่า 3,000 ครัวเรือน ทั้งในและนอกเขตเทศบาล โดยมีประเด็นสำคัญที่เป็นข้อสังเกตของมลพิษดังนี้:
คาดว่ามาจากโรงงานน้ำยางข้นและโรงงานขี้ยางรวม 4 แห่ง ตั้งอยู่ในเขต อบต.พังลา ห่างจากชุมชนประมาณ 3–5 กิโลเมตร
กลิ่นคล้ายขี้ยางหรือแอมโมเนีย มักรุนแรงช่วงฝนตก เช้าตรู่ หรือหลังเวลา 18.00 น. ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยมีอาการแสบจมูก แสบตา และหายใจลำบาก
ชาวบ้านสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการเข้าตรวจสอบ กลิ่นจะเบาบางลงทันที แต่เมื่อพ้นการตรวจสอบไปแล้ว กลิ่นเหม็นจะกลับมารุนแรงเช่นเดิม
รัตน์ เจ้าของร้านกาแฟในพื้นที่ เสริมว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นอย่างมาก จนตนต้องแบกรับต้นทุนติดตั้งเครื่องฟอกอากาศทั้งในร้านและในห้องนอน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการสูดดมกลิ่นพิษสะสม
ปมขัดแย้งเชิงโครงสร้าง “งบสนับสนุน” แลก “ความเงียบ”
แหล่งข่าวในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่การเคลื่อนไหวในบางชุมชนไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากโรงงานบางแห่งมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะหรือให้เงินสนับสนุนชุมชนในพื้นที่รอบโรงงาน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเลือกที่จะไม่ออกมาร้องเรียนแม้จะได้รับผลกระทบเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเดินขบวนในช่วงเช้า พบว่าในช่วงค่ำเวลาประมาณ 20.30 น. มีรายงานว่ากลิ่นเหม็นกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาในพื้นที่
ความคืบหน้าล่าสุด ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (2 มีนาคม 2569) เทศบาลตำบลคลองแงะเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องต่อ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบระบบบำบัดกลิ่นของโรงงานทั้ง 4 แห่งอย่างเข้มงวดต่อไป
Post Views: 5