กลับมาตามคำเรียกร้อง “แสงแห่งความหวัง” ภารกิจคืนดวงตา 120 ชีวิต

ส่องโครงการผ่าตัดต้อกระจกแก้ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุยากไร้ชายแดนใต้ ภายใต้การนำของ “โรงเรียนการเมือง ศสว.” บูรณาการงบ สปสช. – กอ.รมน. เตรียมเชิญแม่ทัพภาค 4 เปิดพิธี 1 ก.พ. นี้ หวังใช้มิติสาธารณสุขสร้างความเชื่อมั่นภาครัฐ
ปัญหาทางสายตา โดยเฉพาะ “โรคต้อกระจก” ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสุขภาวะเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบลูกโซ่ไปถึงคุณภาพชีวิต การประกอบอาชีพ และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติศาสนกิจของประชาชนทุกศาสนาในพื้นที่
ล่าสุด “โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.)” เตรียมกลับมาสานต่อโครงการที่เคยถูกเรียกร้องอย่าง “แสงแห่งความหวัง” เพื่อรักษาต้อกระจกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.สายบุรี และใกล้เคียง จังหวัดปัตตานี จำนวนกว่า 120 ราย โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ยากไร้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์
จากการตรวจสอบเอกสารโครงการฯ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า โครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากนโยบายบนหอคอยงาช้าง แต่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แล้วพบความจริงที่ว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากในพื้นที่ห่างไกลต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดสลัวจากโรคต้อกระจก
ความเจ็บป่วยนี้ไม่เพียงทำให้พวกเขาเป็นภาระต่อบุตรหลาน แต่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางไปมัสยิดหรือวัดเพื่อประกอบศาสนกิจตามความเชื่อ
พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี ในฐานะผู้เสนอโครงการและลงนามรับรองแผนงาน ได้ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าต้องการบูรณาการระหว่าง พล.ท.นราธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กับ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชน และสร้าง “ความศรัทธา” ต่อการทำงานของภาครัฐ
ในมิติด้านงบประมาณ เอกสารระบุถึงรูปแบบการทำงานแบบ “บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน” โดยมีโรงเรียนการเมือง ศสว. เป็นหัวเรือใหญ่ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งถือเป็นการใช้กลไกปกติของรัฐด้านสาธารณสุข มาขับเคลื่อนผ่านโครงสร้างความมั่นคงเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น
เปิด ไทม์ไลน์การปฏิบัติงาน ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี 30 มกราคม 2569 เริ่มขั้นตอนการตรวจคัดกรอง ประชาชนที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจก 31 มกราคม 2569 ขั้นตอนการเตรียมผู้ป่วยและ ดำเนินการผ่าตัดโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้ป่วยบางส่วนจะนอนพักค้างคืนเพื่อติดตามผล 1 กุมภาพันธ์ 2569 พิธี “เปิดดวงตา” ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของโครงการ
ความน่าสนใจของโครงการนี้คือการเชื่อมโยงมิติทางจิตใจเข้ากับการรักษาพยาบาล ในพิธีเปิดดวงตาวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 จะเดินทางมาเป็นประธานด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีการเชิญ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี มาร่วมกล่าว “ดูอา” (ขอพร) ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการให้ผู้เข้ารับการรักษา ทั้งชาวพุทธ มุสลิม และคริสต์ สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามหลักศาสนาของตนเองได้อย่างปกติสุข
“การช่วยเหลือให้ชาวบ้านกลับมามองเห็น ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่มันคือการคืนแสงสว่างให้ครอบครัว และคืนความมั่นใจว่ารัฐไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา” แหล่งข่าวจากโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธีระบุ
โครงการ “แสงแห่งความหวัง” ไม่เพียงแต่ถูกจับตาในฐานะโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของภาครัฐในการใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” ด้านสาธารณสุข เข้ามาแก้ปัญหาความรู้สึกห่างเหินระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้
หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จในการคืนดวงตาให้ชาวบ้าน 120 รายตามเป้าหมาย ย่อมหมายถึงคะแนนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในใจของประชาชน ซึ่งอาจเป็น “แสงสว่าง” ที่แท้จริงในการสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่สืบไป
Post Views: 48