‘หมอทศพร‘ เหน็บกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ที่นับคาร์บ

ต้องให้แพทย์คุมบังเหียน ประกาศหาก ’โอกาสใหม่’ เป็นรัฐบาล จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200 บาท เปลี่ยนที่การเคหะฯ-โรงเรียนเลิกกิจการ เป็นสถานดูแลคนสูงวัย
วันนี้ (9 ม.ค.69) นพ.ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ระบุว่าครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่มาร่วมงานกับพรรคโอกาสใหม่ เพราะตนเองเป็นคนแสวงหาโอกาส ตั้งแต่เลือกตั้งมาเราแทบจะไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีไม่ได้มาจากแพทย์จึงให้ไปนับคาร์บ ๆ ท่านอาจจะเก่งแต่ในกระทรวงนี้ต้องอาศัยวิสัยของแพทย์ ขณะที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ก็มักจะเป็นพรรคเหลือเดน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ตนเองตัดสินใจมาทำงานร่วมกับพรรคโอกาสใหม่
นพ.ทศพร ยังกล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ของสังคมไทย ทั้งปัญหาสุขภาพ และปัญหาผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมามักจะพูดว่า ให้ผู้สูงอายุได้รับการคุ้มครองมีสวัสดิการสังคมที่เพียงพอเหมาะสมกับการดำรงชีวิต แต่เบี้ยผู้สูงอายุได้เพียง 600-1,000 บาท ซึ่งหลายคนประสบปัญหาไม่มีผู้ดูแล ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากหลักแสนคน แม้จะมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 12 ศูนย์ในกรุงเทพมหานคร แต่ดูแลผู้สูงอายุได้ประมาณ 1,600 คนเท่านั้น ได้ค่าอาหารวันละ 60 บาท 3 มื้อ และการที่ผู้สูงอายุจะเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราได้ จะต้องรอเป็นระยะเวลานานสุด 150 ปี
นพ.ทศพร กล่าวถึงปัญหาคนไร้บ้าน แม้จะมีศูนย์พักพิงแต่งบประมาณอาหาร 3 มื้อก็ตกอยู่ที่ 60 บาทต่อวันเช่นกัน หากตนเองได้เป็น สส.อีกครั้ง พรรคโอกาสใหม่เป็นรัฐบาลจะดูแลผู้สูงอายุ เราจะให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ อบรมญาติพี่น้องให้ดูแลครอบครัว หรือให้ อสม.ดูแลโดยมีค่าตอบแทน เราจะเพิ่มงบประมาณสร้างสถานดูแลผู้สูงอายุและคนไร้ที่พึ่ง โดยใช้พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติและโรงเรียนที่ยกเลิกกิจการ ทั้งยังจะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200 บาทเท่ากันหมด โดยเราจะเสนอวันแรกที่เข้าสภาฯ ขอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ
”อยากมีความสุข 1 ชั่วโมงให้ดื่มเหล้า อยากมีความสุข 1 วันให้กินข้าวอร่อย อยากมีความสุข 1 สัปดาห์ให้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ อยากมีความสุข 1 เดือนให้คบเพื่อนใหม่ อยากมีความสุขตลอดไปให้เลือกพรรคโอกาสใหม่“ นพ.ทศพร กล่าว
Post Views: 90