เคอร์ฟิวนราธิวาส – ศึก 11 จุดปั๊มน้ำมัน: “ล็อคพื้นที่” หรือ “ล็อคฐานเสียง” ในห้วงชิงอำนาจรัฐ?

                                                                               


เคอร์ฟิวนราธิวาส – ศึก 11 จุดปั๊มน้ำมัน: “ล็อคพื้นที่” หรือ “ล็อคฐานเสียง” ในห้วงชิงอำนาจรัฐ?

      สถานการณ์ป่วนใต้รับศักราชใหม่ 2569 ที่คนร้ายกระจายกำลังวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน 11 จุดทั่ว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ไม่ใช่เพียงในแง่ของ “ความล้มเหลว” ของงานข่าวกรอง แต่รวมถึง “นัยทางการเมือง” ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของกฎอัยการศึก

     ทันทีที่เกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต่างออกมาให้สัมภาษณ์ในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็วว่า “เป็นการส่งสัญญาณรับเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.)  ไม่ใช่เรื่องขบวนการก่อการร้าย”

    การลดทอนภาพลักษณ์ขบวนการ การระบุว่าเป็นเรื่องการเมือง คือการพยายามบอกว่าขบวนการ เช่น BRN  ไม่ได้มีศักยภาพหรือ “เสียสัจจะ” บนโต๊ะเจรจา แต่เป็นการสร้าง “ศัตรูในจินตนาการ” ที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองแทน

  • การรับลูกที่สอดประสาน เป็นเรื่องผิดปกติที่ฝ่ายความมั่นคงจะฟันธง “มูลเหตุจูงใจ” เร็วขนาดนี้ ทั้งที่พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ครบถ้วน การที่รัฐบาลภูมิใจไทย (พรรคเจ้าของนโยบายจัดการพื้นที่) รีบสรุปว่าเป็นเรื่องการเมือง อาจเป็นการปูทางไปสู่การใช้มาตรการพิเศษเพื่อ “ควบคุม” กิจกรรมทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่?

 ประกาศเคอร์ฟิว ของขวัญหรือกรงขัง?

       การประกาศเคอร์ฟิว 21.00 – 05.00 น. ในจังหวัดนราธิวาส โดยอ้างเหตุการณ์ 11 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เสียหายเพียงทรัพย์สินและไม่มีผู้เสียชีวิต ถูกมองว่าเป็นการ “ใช้ยาแรงเกินกว่าเหตุ” หากเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่รุนแรงกว่านี้แต่ไม่มีการเคอร์ฟิวทั้งจังหวัด ทำให้หลายส่วน ตั้งคำถาม ว่า

  • สกัดเวทีปราศรัย ในห้วงรณรงค์เลือกตั้ง เวทีปราศรัยกลางคืนคือ “หัวใจ” ของการเข้าถึงมวลชนในพื้นที่ชายแดนใต้ การประกาศเคอร์ฟิวเท่ากับเป็นการ “ดับไฟ” เวทีปราศรัยโดยปริยาย

  • อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้  ภายใต้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่สามารถสั่งปิดล้อม ตรวจค้น หรือเชิญตัวบุคคลได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลนานถึง 7 วัน มาตรการนี้อาจถูกนำมาใช้เพื่อ “กด” หัวคะแนนหรือแกนนำมวลชนของพรรคฝ่ายค้านในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่?

  ทหารรู้ล่วงหน้า? แต่ทำไมปล่อยให้เกิดเหตุ?

       ข้อสังเกตที่ว่า “รัฐรู้ล่วงหน้า” มักมาพร้อมกับสถิติการเตือนภัยจากศูนย์ข่าวกรองที่มีความถี่สูงในช่วงก่อนเกิดเหตุ หากทหารรู้ว่าจะมีการป่วน 11 จุด แต่กลับป้องกันไม่ได้ หรือเลือกที่จะ “ให้เกิด” เพื่อความชอบธรรมในการออกประกาศเคอร์ฟิว ย่อมนำไปสู่ข้อสรุปที่น่ากังวลว่า “ความมั่นคงของประชาชน” อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อ “ความมั่นคงของฐานอำนาจรัฐ”

       ในสายตาคนพื้นที่ เหตุการณ์ 11 จุดและการประกาศเคอร์ฟิวครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่การ “ระงับเหตุป่วน” แต่คือการ “จัดระเบียบพื้นที่” ของพรรคแกนนำรัฐบาล (ภูมิใจไทย) และกองทัพ เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง

        การที่รัฐบาลเลือกจะมองข้ามอัตลักษณ์ของ “ขบวนการอุดมการณ์” แล้วฉาบหน้าด้วยเรื่อง “การเมืองท้องถิ่น” คือการเปลี่ยนสนามรบจากกระสุนปืนมาเป็นกระสุนงบประมาณและการควบคุมกิจกรรมพลเรือน ซึ่งอาจกลายเป็น “บูมเมอแรง” ที่ย้อนกลับมาสร้างความขัดแย้งที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในพื้นที่