กลาโหมประณามเหตุวินาศกรรมปั๊ม ปตท. 11 จุดใต้ ชี้ไร้มนุษยธรรม-สั่ง กอ.รมน.ล่าตัวลงโทษ

                                                                               


     กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิงปั๊มน้ำมัน 11 จุดทั่วชายแดนใต้ ระบุเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม บ่อนทำลายสันติภาพ สั่งบูรณาการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บังคับใช้กฎหมายเข้ม พร้อมเตือนผู้ให้ที่พักพิงมีความผิดด้วย

        เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569  ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายกระจายกำลังลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. รวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการก่อวินาศกรรมครั้งรุนแรงที่พุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่หลายจุดพร้อมกัน

          ล่าสุด กระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุในครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรม จงใจละเมิดกฎหมาย และมีเจตนาสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนบริสุทธิ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณูปโภค ทรัพย์สิน และความมั่นคงของประเทศ

ชี้อ้างอุดมการณ์ไม่ได้-ขัดหลักสากล

               แถลงการณ์ระบุอีกว่า การโจมตีพื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไม่สามารถใช้อุดมการณ์ใดๆ มาสร้างความชอบธรรมได้ และถือว่าขัดต่อหลักสันติวิธีตามมาตรฐานสากลอย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่า “ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา และไม่อาจยอมรับได้ในสังคมอารยะ”

ยกระดับความมั่นคง-เร่งเยียวยา

           ในส่วนของมาตรการตอบโต้และการแก้ไขสถานการณ์ กระทรวงกลาโหมได้สั่งการดังนี้

  • บูรณาการกำลัง: ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และหน่วยงานความมั่นคงเพื่อควบคุมสถานการณ์ทันที

  • บังคับใช้กฎหมาย: เร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยด่วน

  • ดูแลประชาชน: เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด

เตือนคนช่วยที่พักพิง-วอนปชช.แจ้งเบาะแส

             นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุน โดยระบุว่า “ผู้ที่ปกปิด พักพิง หรือให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย” พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่

“รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะไม่ยอมให้ความรุนแรงมากำหนดอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะเดินหน้าปกป้องชีวิตประชาชนด้วยกฎหมายและความยุติธรรม เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน” แถลงการณ์ระบุทิ้งท้าย