ศอ.บต. เร่งเครื่องสะสางโฉนด-ที่ดินป่าไม้ 4 จังหวัด หวังปลดล็อกสิทธิประชาชน

                                                                                                     


         เปิดเบื้องหลังการประชุมติดตามแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน จชต. นัดแรกปี 69 “ศอ.บต.” เร่งสำรวจออกโฉนด-เคลียร์ปมทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้-อุทยานฯ ตั้งแต่ “น้ำตกซีโป” ยัน “นิคมปิเหล็ง” จับตาช่องทาง “กพต.” สั่งการแก้ปัญหาระดับนโยบาย หวังดันคุณภาพชีวิตชาวบ้านพ้นวิกฤตสิทธิที่ดิน

       ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ถือเป็น “ระเบิดเวลา” และเงื่อนไขความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีการเคลื่อนไหวสำคัญในการ “สังคายนา” ปัญหาที่ดินครั้งใหญ่

      เร่งรัดโฉนดที่ดินปี 69: ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส-สงขลา

ในการประชุมติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน จชต. ครั้งที่ 1/2569 นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นั่งเป็นประธานเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่มุ่งเน้นการให้สิทธิครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเด็นที่น่าสนใจคือการติดตาม พื้นที่ป่าตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2536 (หมายเลข 108) เนื้อที่กว่า 167,548 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมืองยะลา, อ.กรงปินัง และ อ.ยะหา ซึ่งเป็นพื้นที่ตกค้างที่รอการพิสูจน์สิทธิและจัดสรรให้ประชาชนอย่างชัดเจน

เปิดพื้นที่ปัญหา “Hotspot” จากเทือกเขาซีโป ถึง ป่าสงวนปิเหล็ง

จากการตรวจสอบข้อมูลในที่ประชุม พบว่ามีหลายพื้นที่ที่เป็น “ปัญหารื้อรัง” ซึ่งที่ประชุมพยายามหาทางออกเชิงรุก ดังนี้:

  • อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป: ปัญหาแนวเขตทับซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อที่ดินทำกินของชาวบ้านในพื้นที่

  • นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง จ.นราธิวาส: การพิจารณาเพิกถอนพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติออกจากแนวเขตนิคมฯ เพื่อคืนสิทธิให้เกษตรกร

  • อ.นาทวี จ.สงขลา: การจัดการที่ดินที่ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ทั้งอำเภอ ซึ่งยังมีความทับซ้อนในทางปฏิบัติ

  • บ้านซาโห่ อ.เบตง: พื้นที่นี้ถูกยกเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เนื่องจากราษฎรไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งถนนและไฟฟ้าได้

“ศอ.บต. จะใช้กลไกของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นช่องทางลัดในการเสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่ยังไม่มีความแน่ชัด ให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด” นายนันทพงศ์ กล่าวในที่ประชุม

สิทธิเกษตรกรสวนยาง กับ “สมุดประจำตัว” คทช.

อีกหนึ่งประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากคือ การแก้ไขปัญหาเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ จชต. ผ่านโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) โดยมีการเร่งรัดการออก “สมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกิน” เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากรัฐและสิทธิในการประกอบอาชีพได้อย่างเต็มที่

การขับเคลื่อนครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการ “รุกคืบ” เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยใช้สิทธิที่ดินทำกินเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่คือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และกรมที่ดิน ว่าจะสามารถปลดล็อกข้อกฎหมายที่ซับซ้อนได้ทันตามกำหนดเวลาหรือไม่

เพราะสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ “โฉนดที่ดิน” ไม่ใช่แค่กระดาษใบเดียว แต่คือความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินที่พวกเขารอคอยมาค่อนชีวิต