คุมตัวผู้ต้องสงสัยวางระเบิดปั๊ม ปตท.ท่าสาป หลังผล DNA ‘ก้นบุหรี่’ มัดตัว

                                                                                                                                                         

            เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังบุกรวบผู้ต้องสงสัยเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 ยะลา หลังกองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบสารพันธุกรรมจาก “ก้นบุหรี่” ในที่เกิดเหตุ ตรงกับชายวัย 39 ปีในพื้นที่ ต.ท่าสาป ส่งตัวเข้าหน่วยซักถาม ฉก.ทพ.41 ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ

          เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ริมถนนทางหลวงหมายเลข 418 (ขาเข้าเมืองยะลา) พื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ก่อนหน้านี้

            ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ร่วมกับ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, หน่วยเฉพาะกิจตำรวจยะลา 91 (ฉก.ตร.91) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม (นปพ.) ประจำจังหวัดยะลา ได้เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายพิสูจน์ทราบเป้าหมายสำคัญ

แกะรอยจาก “ก้นกรองบุหรี่” วัตถุพยานสำคัญ

           รายงานระบุว่า จุดเริ่มต้นของการนำไปสู่การควบคุมตัวครั้งนี้ มาจากการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยตรวจสถานที่เกิดเหตุ (ศพฐ.10) ได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบบริเวณจุดเกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมัน โดยพบวัตถุพยานสำคัญคือ “ก้นกรองบุหรี่” ที่ถูกทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่คนร้ายนำระเบิดไปวาง

จากการส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาค่าสารพันธุกรรม ผลการตรวจ DNA ปรากฏข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • วัตถุพยาน: สารพันธุกรรม (DNA) จากก้นกรองบุหรี่ในที่เกิดเหตุ

  • ผลการเปรียบเทียบ: มีความเชื่อมโยงกับ นาย (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 39 ปี * ภูมิลำเนา: หมู่ที่ 4 บ้านสาคอ ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

บุกรวบกลางดึก ส่งหน่วยซักถามขยายผล

          ต่อมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในพื้นที่บ้านสาคอ ต.ท่าสาป และพบตัวนาย (สงวนชื่อ-นามสกุล) อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติ ก่อนจะลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจในพื้นที่

          จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้อาศัยอำนาจตามกฎหมายความมั่นคง เชิญตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวไปยัง หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 (ฉก.ทพ.41) ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อดำเนินกระบวนการซักถามและขยายผลความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุรายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในครั้งนี้ต่อไป

        ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า การตรวจพบ DNA จากวัตถุพยานชิ้นเล็กๆ อย่างก้นบุหรี่ ถือเป็นความสำเร็จของการบังคับใช้กฎหมายโดยใช้นิติวิทยาศาสตร์นำการทหาร ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินคดีในชั้นศาลมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น