‘จตุพร’ ลั่นกลางกรุงเก่า เลิกโมเดลสงเคราะห์!

                         

ชู ‘สิทธิ’ นำทาง ดันนโยบายจ้างงานผู้พิการ-รายได้สมศักดิ์ศรี

      หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เปิดปราศรัยใหญ่พระนครศรีอยุธยา ประกาศพลิกโฉมคุณภาพชีวิตผู้พิการ ย้ำต้องเปลี่ยนจาก “ภาระ” เป็น “พลัง” เลิกมองแบบสงเคราะห์แต่ต้องให้เป็น “สิทธิ” พร้อมชูนโยบายเพิ่มโควตาจ้างงานและค่าตอบแทนที่เหมาะสม

        เมื่อวันที่ผ่านมา ณ เวทีปราศรัยพรรคโอกาสใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อนโยบายการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของพรรคในการสร้างความเท่าเทียมในสังคม


เปลี่ยนจาก “สงเคราะห์” เป็น “สิทธิ”

         นายจตุพร ระบุว่า ที่ผ่านมาการจัดการปัญหาผู้พิการในประเทศไทยมักติดหล่มอยู่กับแนวคิดแบบ “สงเคราะห์” หรือการหยิบยื่นความช่วยเหลือเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน พรรคโอกาสใหม่จึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นและปรับปรุงระเบียบสวัสดิการใหม่ทั้งหมด

“เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของรัฐ จากการมองน้อง ๆ ผู้พิการว่าคือผู้รับการสงเคราะห์ ให้มองว่าสิ่งที่เขาควรได้รับคือ ‘สิทธิ’ พื้นฐานในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง พรรคโอกาสใหม่จะผลักดันให้รัฐสวัสดิการเข้าถึงทุกคนอย่างถ้วนหน้าและมีเกียรติ” นายจตุพร กล่าว

ชู 2 เสาหลัก: “เพิ่มงาน-มีเงิน”

          หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ยังได้ขยายความถึงแผนปฏิบัติการเพื่อผู้พิการ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางรายได้ผ่าน 2 กลไกสำคัญ ดังนี้:

  1. การเพิ่มงาน: รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคโอกาสใหม่ จะออกมาตรการจูงใจและข้อบังคับที่เข้มข้นขึ้นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเปิดรับผู้พิการเข้าทำงานในสัดส่วนที่มากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนอาชีพที่สอดคล้องกับทักษะในยุคดิจิทัล

  2. มีเงินที่เหมาะสม: ปรับปรุงอัตราเบี้ยความพิการและค่าตอบแทนการจ้างงานให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง เพื่อให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัว


โค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้ง

       ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายจตุพรได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยขอโอกาสให้ “คนทำงาน” ได้เข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่ทำได้จริง

“8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหา เลือกพรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 44 เพื่อเปลี่ยนชีวิตน้อง ๆ ผู้พิการให้มีความหวังและมีศักดิ์ศรีไปพร้อมกัน” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย