ถอดรหัส คุตบะฮ์ มัสญิดอัลฮะรอม

“กาลเวลา” ทุนชีวิตที่ไม่อาจเรียกคืน กับการขาดทุนที่ยิ่งใหญ่กว่าทรัพย์สิน
เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 (ตรงกับวันที่ 27 รอญับ ฮ.ศ. 1447) ณ มัสญิดอัลฮะรอม นครมักกะฮ์ ศ.ดร.อับดุลลอฮ์ บิน เอาว๊าด อัลญุฮะนีย์ อิหม่ามและนักวิชาการศาสนาชื่อดัง ได้ขึ้นกล่าวคุตบะฮ์ (ธรรมเทศนา) ต่อหน้า มุสลิมจากทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาเรื่อง “กาลเวลา” ในฐานะตัวชี้วัดความสำเร็จและความล้มเหลวของมนุษย์
สำนักข่าวjsdsouth สรุปสาระสำคัญจากการวิเคราะห์ของ อ.อานัส สิงห์ฆาฬะ นักวิชาการจาก Insights Saudi Arabia มานำเสนอ
กาลเวลา: พาหนะและแปลงเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอาคิเราะฮ์
ดร.อัลญุฮะนีย์ เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นว่า กาลเวลาเปรียบเสมือน “พาหนะ” ที่กำลังขับเคลื่อนมนุษย์ทุกคนไปสู่โลกหน้า (อาคิเราะฮ์) อย่างไม่มีวันหยุดพัก ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการขนย้ายทั้งทรัพย์สิน การงาน และชีวิต เข้าใกล้จุดจบของโลกนี้มากขึ้น
“เวลาคือทุนชีวิตที่สำคัญที่สุด หากปล่อยให้สูญเปล่าไปกับความเพลิดเพลินหรือการละเล่น มนุษย์ย่อมตกอยู่ในสภาวะขาดทุน ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ และรุนแรงยิ่งกว่าการสูญเสียทรัพย์สินทางโลกหลายเท่าตัว” คุตบะฮ์ระบุ
ซูเราะฮ์อัลอัศร: 3 อายะฮ์ที่วางระบบชีวิตมนุษยชาติ
ในการเทศนาครั้งนี้ ได้มีการหยิบยก “ซูเราะฮ์อัลอัศร” ซึ่งเป็นบทสั้นๆ ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ประกอบด้วยเพียง 3 โองการ 14 คำ และ 103 ตัวอักษร แต่กลับมีความหมายครอบคลุมแนวทางการดำเนินชีวิตของอิสลามอย่างสมบูรณ์
“อัลลอฮ์ทรงสาบานด้วยกาลเวลา (อัลอัศร) เพื่อชี้ให้เห็นว่ากาลเวลาคือยุคสมัยที่บรรจุทุกความเคลื่อนไหวของมนุษย์ ทั้งความสุข ความทุกข์ ความมั่งคั่ง และความยากจน ทุกอย่างหมุนเวียนอยู่ภายใต้กรอบของเวลาทั้งสิ้น”
คลังเก็บการงาน: ความผิดบาปคือการขาดทุนที่น่าเกลียดที่สุด
บทสรุปจากคุตบะฮ์เน้นย้ำว่า กาลเวลาคือ “คลังเก็บการงาน” ของบ่าวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่วจะถูกบันทึกไว้ในนั้นอย่างละเอียด มนุษย์ไม่มีทางเลี่ยงการใช้เวลาได้ แต่ทางเลือกมีเพียงสองทาง คือ:
-
ใช้ไปในทางที่ผิดบาปและไร้สาระ: ซึ่งถือเป็นการขาดทุนที่น่ารังเกียจที่สุด
-
ใช้ไปในการเชื่อฟังและทำความดี: แม้จะเป็นผู้ที่ได้กำไรแล้ว แต่หากไม่ทำให้สมบูรณ์ที่สุด มนุษย์ย่อมต้องรู้สึกเสียดายในภายหลังเมื่อตระหนักว่าสามารถทำได้ดีกว่านี้
มิติเชิงสังคมและจิตวิญญาณ
การหยิบยกเรื่องเวลาขึ้นมาท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เป็นการเตือนสติให้มนุษย์หยุดพิจารณา “คุณภาพชีวิต” มากกว่า “ปริมาณของเวลา”
ดร.อัลญุฮะนีย์ ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า แม้กระทั่งผู้ที่ทำความดีแล้ว ก็ยังอาจสัมผัสได้ถึงความขาดทุน หากเขามิได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ในการอุทิศตนและถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้า
เพราะในโลกหน้า ความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเห็นโอกาสที่หลุดลอยไปในกาลเวลาที่เรียกคืนมาไม่ได้

