เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม! ศาลฎีกาสั่งยกคำร้อง ‘อนันตรักษ์’ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต


  ขาดคุณสมบัติ พบไทม์ไลน์ย้ายพรรคพัลวัน-พ้นสมาชิกภาพก่อนวันสมัครเพียงวันเดียว

    เปิดรายละเอียดคำพิพากษาศาลฎีกา คดีผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ขาดคุณสมบัติ เหตุสังกัดพรรคไม่ครบ 30 วันตามกฎหมาย เผยไทม์ไลน์ย้ายจาก ‘พรรคโอกาสใหม่’ เข้า ‘รทสช.’ ก่อนถูกมติพรรคคัดชื่อออกพ้นสมาชิกภาพวันที่ 30 ธ.ค. 68 แต่รุ่งขึ้นยังไปยื่นใบสมัคร กกต.ชี้ชัดขาดคุณสมบัติ-ศาลฎีกาพิพากษายืน


    ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต (ผู้คัดค้าน) ไม่ประกาศรายชื่อ นายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน (ผู้ร้อง) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากขาดคุณสมบัติเรื่องระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง

@อ้างถูกลบชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอคืนสมาชิกภาพ

      พฤติการณ์ในคดีนี้ เริ่มต้นจากผู้ร้อง (นายอนันตรักษ์) ยื่นคำร้องต่อศาลสรุปใจความว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ได้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ภูเก็ต เขต 1 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ต่อมา กกต. (ผู้คัดค้าน) ไม่ประกาศชื่อ โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

      ผู้ร้องโต้แย้งว่า การที่พรรครวมไทยสร้างชาติแจ้งยกเลิกหนังสือรับรอง และการลบชื่อผู้ร้องออกจากสมาชิกพรรคเป็นการกระทำที่ “ไม่ชอบด้วยกฎหมายและผิดข้อบังคับพรรค” พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งให้สมาชิกภาพในพรรครวมไทยสร้างชาติกลับคืนมาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 และสั่งให้ กกต. รับสมัครผู้ร้องเป็นผู้สมัคร สส.

@กกต.โต้พ้นสมาชิกภาพตั้งแต่ 30 ธ.ค. 68

       ขณะที่ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต (ผู้คัดค้าน) ยื่นคำคัดค้านระบุว่า จากการตรวจสอบคุณสมบัติ พบข้อเท็จจริงว่า:

  • ผู้ร้องเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568

  • สิ้นสุดสมาชิกภาพเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568

       ส่งผลให้ผู้ร้องไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองเดียวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 97 (3) และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 41 (3) การไม่ประกาศรายชื่อจึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

@เปิดไทม์ไลน์ “13 วัน 2 พรรค” ก่อนวันสมัคร

        ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวน จึงงดการไต่สวนและมีคำวินิจฉัยโดยไล่เลียงลำดับเหตุการณ์ (Timeline) สำคัญ ดังนี้:

  1. 18 ธ.ค. 2568: ผู้ร้องยังคงเป็นสมาชิก “พรรคโอกาสใหม่”

  2. 28 ธ.ค. 2568: ผู้ร้องพ้นจากพรรคโอกาสใหม่ และสมัครเข้าเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในวันเดียวกัน

  3. 30 ธ.ค. 2568: คณะกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติให้ผู้ร้องพ้นจากสมาชิกภาพ และลบชื่อออกจากฐานข้อมูล พร้อมแจ้ง กกต. ยกเลิกหนังสือรับรองตัวผู้สมัคร

  4. 31 ธ.ค. 2568: พรรครวมไทยสร้างชาติส่งหนังสือถึง กกต.ภูเก็ต ขอถอนการสมัครของผู้ร้อง แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง ผู้ร้องยังคงเดินทางไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง สส. ภูเก็ต เขต 1

  5. 7 ม.ค. 2569: กกต. มีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ

@ศาลฎีกาชี้ชัด “ขาดคุณสมบัติ” – ไม่มีอำนาจคืนสมาชิกภาพพรรค

        ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 97 (3) และ พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส. มาตรา 41 (3) กำหนดชัดเจนว่า กรณีเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

“จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ขณะที่ผู้ร้องไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งนั้น ผู้ร้องไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน… ผู้ร้องจึงขาดคุณสมบัติ”

         ส่วนคำร้องที่ขอให้ศาลสั่งให้สมาชิกภาพพรรครวมไทยสร้างชาติกลับคืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า “ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจศาลสั่งได้” จึงไม่รับวินิจฉัยในส่วนนี้