เจาะโปรไฟล์ ‘เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล’ จากสายเหล็ก ‘สยามสตีล’ – เลขาฯ รมว.ดีอี 2 สมัย สู่หัวหน้าพรรคปวงชนไทย เบอร์ 23


         พลิกปูม ‘อาร์ท เอกสิทธิ์’ ทายาทหมื่นล้านตระกูล ‘คุณานันทกุล’ อดีตมือทำงานคู่ใจ 2 รัฐมนตรีดีอีเอส สลัดภาพนักบริหารธุรกิจพลังงาน-อสังหาฯ นำทัพ ‘พรรคปวงชนไทย’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ชูธงแก้ปากท้อง-ยกระดับแรงงานอาเซียน

       สปอตไลท์ทางการเมืองฉายจับไปที่ “พรรคปวงชนไทย” (หมายเลข 23) อีกครั้ง เมื่อปรากฏชื่อของ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หรือ “อาร์ท” ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อลงสนามเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

      พลิกแฟ้มตรวจสอบโปรไฟล์และสายสัมพันธ์ของ “เอกสิทธิ์” พบว่ามีความน่าสนใจทั้งในมิติของ “ทุนธนาธิปไตย” และ “คอนเนกชั่นการเมือง”

1. สายสัมพันธ์การเมือง: “เลขานุการคู่ใจ” 2 รัฐมนตรี

       นายเอกสิทธิ์ ไม่ใช่หน้าใหม่ในทำเนียบรัฐบาล ข้อมูลระบุว่าเขาเคยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ถึง 2 สมัยติดต่อกัน:

  • สมัยแรก: ทำงานร่วมกับ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

  • สมัยที่สอง: ทำงานต่อเนื่องในยุคของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

      ผลงานที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ การรับบทเป็น “หัวหอก” ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อผลักดัน MOU ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานที่มั่น ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติในช่วงที่ผ่านมา

     

2. ขุมข่ายธุรกิจ: ทายาทสยามสตีลกรุ๊ป

       ในมิติทางธุรกิจ นายเอกสิทธิ์คือทายาทของ นายอนันตชัย คุณานันทกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง “สยามสตีลกรุ๊ป” อาณาจักรธุรกิจเหล็กและอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทยที่มีมูลค่าทางธุรกิจรวมหลายพันล้านบาท

       จากการตรวจสอบสถานะทางธุรกิจ พบว่าก่อนเข้าสู่การเมืองอย่างเต็มตัว นายเอกสิทธิ์นั่งเก้าอี้บริหารในเครือหลายแห่ง อาทิ:

  • บริษัท สยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด (ประธานกรรมการ)

  • บริษัท จี.เค.แลนด์ จำกัด (อสังหาริมทรัพย์)

  • บริษัท จี เค พาวเวอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์)

3. คอนเนกชั่น “นายจ้าง” และสายสัมพันธ์อาเซียน

        อีกหนึ่งบทบาทที่น่าสนใจคือ การดำรงตำแหน่ง ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2558 และยังเคยได้รับเลือกเป็น ประธานสภาองค์การนายจ้างอาเซียน (ACE) ในปี 2562 ซึ่งจุดนี้เองที่ถูกนำมาใช้เป็นฐานนโยบายหลักของ “พรรคปวงชนไทย” ในการหาเสียงเรื่องการยกระดับฝีมือแรงงานและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก

4. เส้นทางการศึกษาและ “บิ๊กคอนเนกชั่น”

        โปรไฟล์การศึกษาของนายเอกสิทธิ์ สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสู่การเป็นนักบริหารระดับสูง:

  • จบปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศจาก Armstrong University (สหรัฐฯ) และด้านการทูตจาก มศว.

  • ผ่านหลักสูตร “คอนเนกชั่นระดับบิ๊ก” มากมาย เช่น วตท. รุ่นที่ 24 (สถาบันวิทยาการตลาดทุน), บพส. รุ่นที่ 23 (สถาบันพระปกเกล้า) และหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่ 16

      การนำทัพ “พรรคปวงชนไทย” ของนายเอกสิทธิ์ในรอบนี้ จึงถูกจับตามองว่าเป็นการใช้ทั้ง “ประสบการณ์บริหารกระทรวงหลัก” ผนวกกับ “ฐานทุนและเครือข่ายนายจ้าง” เพื่อสร้างพื้นที่ทางการเมืองใหม่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของพรรคใหญ่

       ต้องติดตามกันต่อไปว่า หมายเลข 23 ภายใต้การนำของ “ทายาทเจ้าสัวเหล็ก” รายนี้ จะสามารถดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการได้ตามเป้าหมายหรือไม่