ประกาศศึกธุรกิจสีเทา – ตั้งเป้ากวาด 20 ที่นั่ง

“ทวี” ลั่นกลองรบยะลา! ประชาชาติชู ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ อัดฉีดบำนาญ-ครูศาสนา
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก จ.ยะลา พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยใหญ่สะเทือนใจกลางเมือง นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค พร้อมด้วยขบวนทัพผู้สมัคร ส.ส. ครบทุกเขต ท่ามกลางมวลชนนับหมื่นที่หลั่งไหลมาร่วมฟังวิสัยทัศน์จนเต็มพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในพื้นที่ภาคใต้
ชูนโยบาย “สวัสดิการถ้วนหน้า” สร้างคุณภาพชีวิตจากครรภ์สู่เชิงตะกอน
พ.ต.อ.ทวี ได้ประกาศยุทธศาสตร์หลักที่เน้นการ “ลงทุนในคน” เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน ผ่านนโยบายสวัสดิการที่จับต้องได้
-
เด็กแรกเกิด: สนับสนุนงบประมาณดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 7 ปี เดือนละ 1,000 บาท เพื่อวางรากฐานเยาวชนเข้มแข็ง
-
บำนาญประชาชน: ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได เริ่มต้นที่ 1,000 บาท และตั้งเป้าพุ่งสู่ 3,000 บาท ภายใน 4 ปี เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
-
ยกระดับครูศาสนา: เสนอเพิ่มค่าตอบแทนครูตาดีกา ครูปอเนาะ และบุคลากรโรงเรียนปริยัติธรรม จาก 3,500 บาท เป็น 5,000 บาท เพื่อสร้างความยุติธรรมและขวัญกำลังใจแก่ผู้เสียสละในท้องถิ่น
ประกาศศึกธุรกิจสีเทา – ตั้งเป้ากวาด 20 ที่นั่ง
ในเชิงยุทธศาสตร์การเมือง พ.ต.อ.ทวี มั่นใจว่าพรรคประชาชาติจะเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยตั้งเป้ากวาด ส.ส. เข้าสภา 15-20 ที่นั่ง และปักธงคะแนนบัญชีรายชื่อ (Party-list) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ถึง 900,000 คะแนน พร้อมประกาศจุดยืนกร้าว:
“เราจะเดินหน้ากวาดล้างการทุจริต ยาเสพติด และธุรกิจสีเทาที่เป็นมะเร็งร้ายกัดกินเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลงมติแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง”
ซัดรัฐบาลสอบตกแก้ฟลัดเวย์ ทำภาคใต้สูญเสีย 145 ชีวิต
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดบนเวที คือการวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการอุทกภัยภาคใต้ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 145 ราย โดย พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่าเป็นความผิดพลาดเชิงนโยบายที่ร้ายแรง
-
ใช้กฎหมายผิดประเภท: รัฐบาลเลือกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ด้านความมั่นคง) เข้ามาครอบงำการทำงาน แทนที่จะใช้ กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำให้การบริหารจัดการภัยพิบัติล่าช้าและผิดรูป
-
โมเดลเชิงรุก: เสนอให้ถอดบทเรียนจาก “มาเลเซียโมเดล” ที่เน้นศูนย์อพยพเชิงรุกและการเตรียมความพร้อมก่อนน้ำหลาก ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความสูญเสียแล้วค่อยเยียวยา



