เสียงที่เริ่มดังชัด: เมื่อ ‘ผู้หญิง’ ลุกขึ้นมานิยาม ‘สันติภาพ’ ในแบบฉบับชายแดนใต้


            จากบทบาทแม่บ้านและผู้ดูแลสู่บทบาท “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ย้อนดูภารกิจ ศอ.บต. ในการติดอาวุธทางปัญญาให้สตรีรุ่นที่ 2 ท่ามกลางโจทย์ท้าทายเรื่องความมั่นคงและความเสมอภาคที่ยังคงรอคำตอบในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

             ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ความขัดแย้งยืดเยื้อมานานเกือบสองทศวรรษ ภาพจำของ “สตรี” มักถูกจำกัดอยู่ในสถานะผู้สูญเสียหรือผู้ตามหลัง แต่ในห้วงวันที่ 25–27 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมในโรงแรมเซาท์เทิร์นแอร์พอร์ต หาดใหญ่ ภาพเหล่านั้นกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยลายมือของผู้หญิงนับร้อยชีวิต

มากกว่าแค่การอบรม คือการสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’

          กิจกรรมพัฒนาศักยภาพสตรีด้านสันติภาพและความมั่นคง รุ่นที่ 2 ที่จัดโดยศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรี ศอ.บต. ไม่ใช่แค่การนั่งฟังบรรยายตามสูตรสำเร็จของหน่วยงานรัฐ แต่คือความพยายาม “ถอดรหัส” บทบาทสตรีภายใต้กรอบนโยบายระดับสากลอย่าง WPS (Women, Peace and Security) ให้กลายเป็นภาษาที่จับต้องได้ในหมู่บ้านและชุมชน

        วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านสะท้อนตรงกันว่า ในสมรภูมิความขัดแย้ง “ผู้หญิง” มีต้นทุนสำคัญคือ ความละเอียดอ่อนและการประนีประนอม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังกว่าอาวุธในการเยียวยาบาดแผลทางสังคม

“การขับเคลื่อนวาระสตรี ไม่ใช่แค่เรื่องของความเท่าเทียมในเชิงตัวเลข แต่คือการดึงเอาทัศนคติของผู้หญิงเข้าไปอยู่ในโต๊ะตัดสินใจเรื่องความมั่นคง” ส่วนหนึ่งของทิศทางที่ถูกย้ำเตือนในงาน

กนกรัตน์ เกื้อกิจ ตัวเชื่อมระหว่างกลไกรัฐและเครือข่ายสตรี

        ในวันที่ 2 ของกิจกรรม นางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (พม.) ก้าวขึ้นเวทีในฐานะประธานเปิดงานด้วยแววตามุ่งมั่น เธอไม่ได้มาเพียงเพื่อกล่าวเปิดตามระเบียบวาระ แต่มาเพื่อย้ำเตือนถึง “พลังของการบูรณาการ”

         นางกนกรัตน์เน้นย้ำว่า ลำพังเพียงภาครัฐไม่สามารถสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนได้ หากขาด “โซ่ข้อกลาง” อย่างเครือข่ายสตรีที่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่ ภารกิจของ ศอ.บต. ในรุ่นนี้จึงเป็นการสร้าง ‘พี่เลี้ยง’ และ ‘เครือข่าย’ ที่จะกระจายตัวกลับไปทำงานในพื้นที่สีแดงและสีเหลืองทั่วคาบสมุทร

คำประกาศเจตนารมณ์ สัญญาใจที่มากกว่ากระดาษ

         ช่วงเวลาที่ทรงพลังที่สุดเกิดขึ้นภายหลังพิธีเปิด เมื่อกลุ่มสตรีจากหลากหลายสาขาอาชีพร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนองค์กรด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ

       นี่ไม่ใช่เพียงการอ่านข้อความตามโพย แต่คือการแสดงสัญลักษณ์ว่า “เสียงของผู้หญิงจะไม่เป็นเพียงเสียงกระซิบอีกต่อไป” เจตนารมณ์นี้ครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัว ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข

       การอบรมรุ่นที่ 2 จบลง แต่ภารกิจในพื้นที่เพิ่งเริ่มต้น ภายใต้การนำของ ศอ.บต. สตรีเหล่านี้กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้รับผลกระทบ” มาเป็น “ผู้กำหนดนโยบาย” ในระดับท้องถิ่น

      ความท้าทายที่แท้จริงหลังจากนี้ คือการที่หน่วยงานความมั่นคงและสังคมในภาพรวม จะพร้อม “เปิดใจ” ยอมรับและขยายพื้นที่ให้บทบาทเหล่านี้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด… สันติภาพที่ไม่มีเสียงของผู้หญิง อาจเป็นสันติภาพที่ยังไม่สมบูรณ์