‘ทวี ’ นั่งชั้นประหยัด-กินมื้อดึกแดนเสือโคร่งมลายู ลุยแก้ปม ‘เวิร์กเพอร์มิต’ เครือข่ายต้มยำกุ้ง

         

       กลายเป็นภาพชินตาแต่ยังคงเรียกความสนใจได้เสมอ สำหรับสไตล์การทำงานแบบ “ติดดิน-เข้าถึงง่าย” ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ล่าสุดสลัดภาพอดีตรัฐมนตรี นำทีม สส. บินลัดฟ้าสู่มาเลเซียด้วยตั๋วโดยสารชั้นประหยัด มุ่งหน้าย่านกัมปุงบารู  เพื่อล้อมวงถกปัญหา “หน้างาน” กับกลุ่มผู้ประกอบการต้มยำกุ้งในช่วงยามวิกาล


ไลฟ์สไตล์ ‘ติดดิน’ ในต่างแดน: ตั้งคุยฟังเสียง 

        การเดินทางครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังคงรักษาคอนเซปต์การทำงานที่เน้นความเรียบง่าย โดยเลือกใช้บริการสายการบินพาณิชย์ในชั้นประหยัด ร่วมกับผู้โดยสารทั่วไป สะท้อนถึงบุคลิกที่เน้น “การเข้าถึง” มากกว่าพิธีรีตอง

      จุดหมายปลายทางไม่ใช่โรงแรมหรูหรา แต่คือ ร้านอาหารมาราเกช อาหรับ (Marrakesh Arab) ใจกลางย่านกัมปุงบารู แหล่งรวมตัวสำคัญของชาวมลายูและคนไทยในกัวลาลัมเปอร์ โดยนัดหมายยามดึก (22.00 น.) ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านรวงเริ่มซา แสงไฟสลัว และกลิ่นอายแกงใต้หอมฟุ้ง คือบรรยากาศ รับฟังเสียงสะท้อนที่จริงใจที่สุดจากคนทำงาน


เปิด 4 ปมร้อน จากสิทธิแรงงานสู่ความมั่นคง

      ในวงสนทนาที่ยาวนานไปจนถึงช่วงข้ามคืน ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาวิเคราะห์อย่างเข้มข้น

  1. วิกฤต Work Permit ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องอยู่อย่าง “สุ่มเสี่ยง”

  2. สวัสดิการข้ามพรมแดน การเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและการคุ้มครองแรงงานที่ยังไปไม่ถึง

  3. ตัวกลางรัฐต่อรัฐ บทบาทของพรรคประชาชาติในการประสานสิบทิศระหว่าง รัฐบาลไทย และ รัฐบาลมาเลเซีย

  4. สันติภาพกินได้ การใช้โมเดลเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเป็นฐานในการสร้างรายได้ เพื่อดับไฟความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

       “เราไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่มาเพื่อฟังว่ารัฐบาลไทยต้องทำอย่างไร ให้คนไทย มีศักดิ์ศรีและได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม”


 มากกว่าการเยี่ยมเยียน คือการรักษาฐานที่มั่น

        การลงพื้นที่ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการ “ตอกเสาเข็ม” ความนิยมของพรรคประชาชาติในกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการต้มยำกุ้ง ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญที่มีอิทธิพลต่อครอบครัวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

      การเลือกเวลาพูดคุยหลังร้านปิด  ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเข้าใจในวิถีชีวิตคนทำงาน แต่ยังเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ว่า “การเมืองไม่ได้อยู่แค่ในสภา แต่อยู่ในทุกมื้ออาหารและทุกหยาดเหงื่อของประชาชน”