“แสงแห่งความหวัง”  รักษา “ดวงตา” คือการเยียวยา “ดวงใจ” ชายแดนใต้

         ในพื้นที่ความมั่นคงที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ความสุข” ของชาวบ้านอาจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่คือการได้กลับมามองเห็นใบหน้าของลูกหลาน และการได้กลับไปประกอบศาสนกิจที่ตนเคารพศรัทธาได้อีกครั้ง

          โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จ.ปัตตานี บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความยินดี ในพิธี “เปิดดวงตา” ภายใต้โครงการ “แสงแห่งความหวัง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

         โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) เป็นประธานคนสำคัญในการมอบ “โลกใบใหม่” ให้กับพี่น้องประชาชน

เบื้องหลัง “ปฏิบัติการกู้การมองเห็น”

         โครงการนี้ไม่ใช่เพียงภารกิจทางการแพทย์ทั่วไป แต่คือการบูรณาการแบบ “สามประสาน” ระหว่างกองทัพ สาธารณสุข และชุมชน ภายใต้การอำนวยการของ พลตรี กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และตัวฟันเฟืองสำคัญอย่าง พันเอก เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง (ศสว.)

ย้อนกลับไปเพียงไม่กี่วันก่อนหน้า ปฏิบัติการเริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น

  • 30 ม.ค. 69 การคัดกรองผู้ป่วยกว่า 381 ราย ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 และทีมแพทย์

  • 31 ม.ค. 69 จักษุแพทย์ทหารเปิดห้องผ่าตัดเร่งด่วนช่วยเคสวิกฤต 110 ราย โดยมีภาพที่น่าประทับใจคือเหล่าทหารพรานและจิตอาสา คอยประคองผู้สูงอายุเดินขึ้นลงเตียงคนไข้อย่างใกล้ชิด

“เราใช้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) เดินเท้าเข้าหาชุมชนเพื่อสำรวจผู้ป่วย เพราะชาวบ้านบางคนเข้าไม่ถึงข้อมูล หรือปล่อยทิ้งไว้จนเกือบตาบอดถาวร” พ.อ. เอกธวุฒิ กล่าวถึงการทำงานเชิงรุก

มากกว่าการมองเห็น คือ “เสรีภาพแห่งศรัทธา”

       จุดเด่นของโครงการ “แสงแห่งความหวัง” ในสายตาของนักสังเกตการณ์ในพื้นที่ คือการเชื่อมโยงความเชื่อทางศาสนาเข้ากับการบริการรัฐ นายแวดีอราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่มาร่วมงาน ต่างเห็นพ้องว่านี่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ตรงจุด

       พ.อ. เอกธวุฒิ ขยายความว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ตัวเลขคนไข้ แต่คือการเห็นชาวบ้านกลับไปอ่านคัมภีร์ได้

       “วันนี้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง สามารถได้กลับไปอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน อ่านบทสวดมนต์ไหว้พระ อ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้ และสามารถประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาของตนเองได้อย่างมีความสุข ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าภารกิจใดๆ”

 ความรักนำทาง ความจริงใจสร้างสันติ

       การที่แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่มอบแว่นกันแดดและกล่าวให้กำลังใจด้วยตนเอง สะท้อนถึงนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ที่เน้นการใช้ความรักและความจริงใจเป็นเครื่องมือหลัก

        ในดินแดนที่ความขัดแย้งมักถูกนำมาเป็นประเด็นสร้างความแตกแยก แต่โครงการ “แสงแห่งความหวัง” กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อประชาชนเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐาน มีสุขภาพที่ดี และได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรี ความเชื่อมั่นต่อรัฐก็จะเกิดขึ้นตามมา

         การ “เปิดดวงตา” ที่สายบุรีในวันนี้ จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการ “เปิดดวงใจ” เพื่อก้าวสู่สันติสุขที่ยั่งยืนในชายแดนใต้ต่อไป