มาเลเซียสั่งปิดตายชายแดน!

    ทุ่มงบติดตั้ง “ลวดหนามหีบเพลง” 1.5 กม. ตลอดแนวรันเตาปันยัง-รื้อ 27 ฐานผิดกฎหมาย

     มาเลเซียยกระดับความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลย์ สั่งเดินหน้าติดตั้งลวดหนามหีบเพลงยาว 1.5 กิโลเมตร รอบพื้นที่รันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ทุ่มงบสำนักนายกฯ ปิดตาย 26 จุดเสี่ยง พร้อมรื้อถอนฐานที่มั่นผิดกฎหมาย 27 แห่ง สกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าและภัยคุกคามความมั่นคง ดีเดย์ให้เสร็จก่อนรอมฎอน

         เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจการยกระดับมาตรการความมั่นคงบริเวณชายแดนมาเลเซีย-ไทย โดยทางการมาเลเซียได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านมาตรการป้องกันแบบบูรณาการเพื่อปราบปรามการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีและการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

      ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ยูซอฟ มามัต ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งลวดหนามหีบเพลง ระยะทางรวม 1.5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์รอบรันเตาปันยัง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อสำคัญกับประเทศไทย โดยมีการคัดเลือกจุดติดตั้งทั้งหมด 26 จุด ที่เป็นช่องทางธรรมชาติและจุดเสี่ยงในการกระทำผิดกฎหมาย

ทุ่มงบสำนักนายกฯ ปิดเส้นทางลักลอบ

      สำหรับงบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้มีมูลค่ารวม 100,000 ริงกิต (ประมาณ 760,000 บาท) ซึ่งได้รับการจัดสรรโดยตรงจาก หน่วยประสานงานการดำเนินการ สำนักนายกรัฐมนตรี (ICU JPM) สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกลางมาเลเซียให้ความสำคัญกับปัญหาความมั่นคงชายแดนในระดับสูงสุด

       “การติดตั้งในเฟสแรกจะเริ่มตั้งแต่ฐานจอดรถที่ผิดกฎหมาย ไปจนถึงฐานอิบราฮิม ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่กลุ่มขบวนการใช้ในการลักลอบขนสินค้าและข้ามแดนโดยผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง” ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน ระบุ

รื้อ 27 ฐานที่มั่น – ขีดเส้นตายเสร็จก่อนรอมฎอน

       มาตรการครั้งนี้ไม่เพียงแต่การกั้นรั้วลวดหนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรื้อถอน “ฐานที่มั่นผิดกฎหมาย” จำนวน 27 แห่ง ซึ่งถูกใช้เป็นจุดพักและจุดกระจายสินค้าหนีภาษี ทำให้สามารถปิดตายเส้นทางที่เคยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติได้อย่างสมบูรณ์

        ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียได้เร่งรัดให้กระบวนการติดตั้งแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ เดือนรอมฎอน เพื่อรองรับสถานการณ์และป้องกันการรุกล้ำชายแดนที่มักจะมีความเคลื่อนไหวสูงในช่วงเวลาดังกล่าว

         ในการลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งนี้ ยังมีข้าราชการระดับสูงและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างพร้อมเพรียง อาทิ ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด เอ อารูวัน บิน อับ อาซิซ ผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) รัฐกลันตัน

      อาหมัด ราดซี ฮุสเซน ผู้ช่วยผู้บัญชาการอาวุโส กองพลน้อยภาคตะวันออกเฉียงใต้ กองกำลังปฏิบัติการทั่วไป (PGA)

         การขยับตัวของทางการมาเลเซียในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นมาตรการเชิงรุกที่เข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี เพื่อจัดระเบียบชายแดนรัฐกลันตันที่ติดกับจังหวัดนราธิวาสของไทย ให้มีความมั่นคงและตรวจสอบได้มากขึ้น