เสียงอาซาน ตลาดนัด และหัวใจที่สงบในปลายด้ามขวาน

ท่ามกลางบรรยากาศแดดร่มลมตกที่ลานกว้างหน้ามัสยิดกลางประจำจังหวัด ควันไฟจากการปิ้งไก่กอและและกลิ่นหอมของข้าวหมกโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณ นี่คือภาพจำที่คุ้นตาของ “วิถีรอมฎอน” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หมุนเวียนกลับมาอีกครั้ง แต่เบื้องหลังความคึกคักของตลาดนัดรอมฎอน คือวิถีชีวิตที่เปี่ยมด้วยวินัย ความอดทน และความหวังที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น
ก่อนแสงแรกของวันจะแตะขอบฟ้า ในเวลาประมาณตี 4 ครึ่ง เสียงตะโกนเรียก ตามสายจากมัสยิด ปลุกให้สมาชิกในครอบครัวลุกขึ้นมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร มื้อ “ซูโฮร์” (มื้อก่อนรุ่งสาง) ไม่ใช่เพียงการเติมพลังงานเพื่อสู้กับความหิวโหยตลอด 13 ชั่วโมงข้างหน้า แต่คือช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้สบตาและสนทนากันอย่างใกล้ชิดที่สุด
“เรากินเพื่อให้มีแรงทำงาน และเพื่อให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของอาหารที่อัลลอฮ์ ประทานมา” แบมะ พ่อค้าในตลาดพิมลชัย จังหวัดยะลา เล่าขณะจัดเตรียมสินค้า “หลังกินซูโฮร์และละหมาดซุบฮิเสร็จ หลายคนก็เริ่มชีวิตการทำงานทันที คนกรีดยางก็เข้าป่า คนค้าขายก็เตรียมของ น้อยคนจะนอนต่อ เพราะรอมฎอนไม่ใช่เดือนแห่งการพักผ่อน แต่เป็นเดือนแห่งการเพียรพยายาม”
แม้ในช่วงกลางวัน ท้องถนนอาจจะดูเงียบเหงาไปบ้างเพราะผู้คนลดกิจกรรมที่ใช้กำลังหนัก แต่เมื่อเข็มนาฬิกาเดินเข้าสู่เวลา 15.00 น. บรรยากาศจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง “ตลาดนัดรอมฎอน” กลายเป็นจุดศูนย์รวมของคนทุกวัย
ที่นี่เราจะเห็น “อินทผลัม” วางขายเรียงรายหลายสิบสายพันธุ์ ควบคู่ไปกับขนมพื้นเมืองที่หาทานยากในเวลาปกติ เช่น ตือปงอาแป หรือ ลาแซ
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ “กำลังซื้อ” ในเดือนรอมฎอนยังคงแข็งแกร่ง เพราะการละศีลอดไม่ใช่แค่การกินของตัวเอง แต่คือการ “ซื้อไปฝาก” เพื่อนบ้าน ผู้ยากไร้ และมัสยิด ตามหลักการแบ่งปันที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมมลายูมุสลิม
เมื่อเสียงอาซานมักริบดังขึ้น บ่งบอกเวลาดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความเคลื่อนไหวบนท้องถนนจะหยุดนิ่งชั่วขณะ ทุกคนต่างนั่งล้อมวงละศีลอด (เปิดปอซอ) ด้วยอินทผลัมและน้ำเปล่าตามสุนนะฮ์ (จริยวัตร) ของท่านนบี
“ภาพที่สวยที่สุดไม่ใช่ตอนกินข้าวคำแรก” น้องไซนับ นักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าว “แต่คือตอนที่เราเห็นคนแปลกหน้ามานั่งละศีลอดร่วมกันในมัสยิด ใครมีอะไรก็นำมาแบ่งปันกัน ความโกรธเคืองที่เคยมีในช่วงปีที่ผ่านมาถูกละลายทิ้งไปในจานอาหารใบเดียวกัน”
หลังมื้อค่ำ ชีวิตในภาคใต้ไม่ได้จบลงที่การนอนหลับ แต่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงไฟจากมัสยิดและบาลาเซาะห์ (อาคารละหมาดขนาดเล็ก) สว่างไสวไปจนดึกดื่นเพื่อการละหมาด “ตารอวีะห์” ซึ่งเป็นการละหมาดพิเศษเฉพาะเดือนนี้
ในพื้นที่เสี่ยงภัย การปฏิบัติศาสนกิจในยามค่ำคืนอาจมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่สลับเวรยามกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านไปมัสยิด ก็เป็นภาพสะท้อนของความพยายามในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง
รอมฎอนในพื้นที่ภาคใต้ปีนี้ ยังคงเป็นบทพิสูจน์ถึงความศรัทธาที่เข้มแข็ง ท่ามกลางบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่ท้าทาย มันไม่ใช่แค่การ “งด” อาหารและเครื่องดื่ม แต่คือการ “ฝึก” ขัดเกลาจิตใจให้หลุดพ้นจากกิเลส และการ “สร้าง” สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์
เพราะสำหรับพี่น้องมุสลิมที่นี่… รอมฎอนคือเดือนที่เสียงหัวใจดังกว่าเสียงท้องที่หิวโหย และเป็นเดือนที่ความรักความสามัคคีเบ่งบานที่สุดในรอบปี
Post Views: 7