นราธิวาสคิกออฟ ‘ตัดทุเรียนบางนรามีดแรก’ ชูโมเดลสวนเกรด A ล้อมคอกปัญหาทุเรียนอ่อนทะลักสู่ตลาด

       เริ่มแล้วฤดูกาลเก็บเกี่ยว “ทุเรียนบางนรา” จังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่คิกออฟตัดทุเรียนมีดแรก นำร่องสวนเกษตรกรต้นแบบระดับเกรด A ส่งออกจีน มุ่งเน้นมาตรการคุมเข้มคุณภาพ ป้องกันปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย เพื่อรักษามาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

       เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น (รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส/ผู้แทน) เดินทางลงพื้นที่ไปยังแปลงทุเรียนเกษตรกรต้นแบบของ นายนิโรธ ศรีสุวรรณ เจ้าของสวนทุเรียนสงวนทรัพย์สุวรรณ ซึ่งตั้งอยู่ ณ หมู่ 6 ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นประธานในกิจกรรม “การตัดทุเรียนบางนรามีดแรก” ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตประจำปีอย่างเป็นทางการ

       กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย นางลัดดาวัลย์ จันทิตย์ เกษตรจังหวัดนราธิวาส โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของจังหวัดในการควบคุมคุณภาพผลผลิต เน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการ “ไม่ตัดทุเรียนอ่อน” ออกจำหน่าย เพื่อคงมาตรฐานทุเรียนคุณภาพและรักษาภาพลักษณ์ไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัด

เจาะลึก ‘สวนสงวนทรัพย์สุวรรณ’ โมเดลทุเรียนเกรด A ชายแดนใต้

สำหรับสวนทุเรียนของนายนิโรธ ศรีสุวรรณ มีพื้นที่เพาะปลูกบนเนินเขารวม 48 ไร่ ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองมานานกว่า 10 ปี และได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 8 สวนทุเรียนเกรด A ของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านการคัดเลือกจาก มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เพื่อส่งออกผลผลิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายนิโรธ เปิดเผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จว่า การทำสวนทุเรียนคุณภาพต้องอาศัยความใส่ใจในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การดูแลลำต้น ช่อดอก และการผสมเกสร โดยมีหลักการจัดการที่สำคัญ ได้แก่

  • การกำจัดศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ: หมั่นกำจัดเพลี้ยไฟและไรแดงแอฟริกัน โดยใช้การฉีดพ่นยา 2 รอบ เพื่อตัดวงจรการระบาด

  • การจัดการธาตุอาหาร: ในระยะที่ต้นทุเรียนออกดอก จะงดการให้ปุ๋ยทางดิน และเปลี่ยนมาเน้นการให้ธาตุอาหารผ่านการฉีดพ่นทางใบแทน

  • การคัดเลือกและไว้ผล (แต่งดอก/แต่งผล): ประเมินจากปริมาณการออกดอกในแต่ละรุ่น หากรุ่นใดมีความสมบูรณ์จะเก็บไว้และตัดส่วนที่เหลือทิ้ง เพื่อให้ง่ายต่อการบำรุง โดยจะคำนวณการไว้ผลให้สัมพันธ์กับความสามารถในการรับน้ำหนักของกิ่ง

  • น้ำหนักมาตรฐานส่งออก: ควบคุมน้ำหนักผลผลิตให้อยู่ที่ประมาณ 2 – 5 กิโลกรัมต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการสูง

ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญเชิงลึก ทำให้นายนิโรธไม่เพียงแต่เป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังได้รับเชิญจากส่วนราชการให้เป็น วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกทุเรียน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการบำรุงรักษาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสอีกด้วย

คาดผลผลิตปี 69 ทะลุ 1.7 หมื่นตัน สั่งคุมเข้ม ‘ทุเรียนอ่อน’ หวั่นทำลายกลไกตลาด

ด้านสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนของจังหวัดนราธิวาสในปี 2569 นี้ ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า:

  • ปริมาณผลผลิตรวม: คาดการณ์ว่าจะมีทุเรียนออกสู่ตลาดประมาณ 17,004 ตัน

  • ช่วงพีก (Peak season): ผลผลิตจะออกกระจุกตัวสูงสุดในเดือนสิงหาคม คิดเป็นร้อยละ 49.59 ของผลผลิตทั้งหมด

จากแนวโน้มราคาตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงจูงใจที่อาจส่งผลให้เกษตรกรหรือพ่อค้าคนกลางบางราย เร่งเก็บเกี่ยวทุเรียนในระยะที่ยังไม่เหมาะสม (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ท้องตลาด ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะสร้างผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค และย้อนกลับมาทำลายกลไกราคาตลอดจนความน่าเชื่อถือของตัวเกษตรกรเอง

การจัดกิจกรรมตัดทุเรียนบางนรามีดแรกในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการประกาศจุดยืนและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่ระบบตลาด ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการปกป้องภาพลักษณ์ “ทุเรียนบางนรา” และรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของผลไม้ไทยในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน