ชายแดนใต้ ผวาสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นวิกฤต “ขาดแคลน” หนักกว่า “ราคาพุ่ง”

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สภาพการณ์การใช้พลังงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดของสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและราคาขายปลีกน้ำมันทั่วโลก
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวม พบว่ามีประชาชน ผู้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนตัว เข้าคิวรอรับบริการเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แม้จะเป็นช่วงวันหยุดแต่ปริมาณรถที่เข้าใช้บริการถือว่าหนาแน่นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนใหญ่ระบุว่าต้องการเติมให้เต็มถังไว้ก่อนเพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์วันข้างหน้า
จากการสำรวจราคาขายปลีกน้ำมัน ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 พบว่าราคายังคงทรงตัว โดยน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 30.44 บาทต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินอย่าง แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายที่ 31.05 บาทต่อลิตร และ E20 อยู่ที่ 28.84 บาทต่อลิตร

พนักงานประจำสถานีบริการยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า จนถึงขณะนี้ราคายังถือว่าอยู่ในระดับปกติ และยังไม่มีคำสั่งปรับราคาเร่งด่วนจากส่วนกลางเข้ามาในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเติมน้ำมันเริ่มมีความคึกคักผิดปกติ เนื่องจากประชาชนติดตามข่าวสารสงครามอย่างใกล้ชิดและเกรงว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นในเร็วๆ นี้
แม้ตัวเลขราคาหน้าปั๊มจะยังไม่ขยับ แต่จากการสอบถามเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ พบว่าความกังวลใจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของ “ราคา” เท่านั้น แต่ลามไปถึงประเด็นความมั่นคงทางพลังงานที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว

นายอับดุล ผู้ใช้รถในจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเฉลี่ยสัปดาห์ละเกือบ 1,000 บาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าในยามที่มีสงครามในต่างประเทศ คือ “การขาดแคลนน้ำมัน” “ถ้าแค่แพง เรายังพอประหยัดหรือลดการเดินทางได้ แต่ถ้ามันขาดแคลน ปั๊มไม่มีน้ำมันให้เติม อันนี้คือเรื่องใหญ่ เพราะหมายถึงเครื่องจักรทำมาหากินและการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจะหยุดชะงักทันที” นายอับดุล ระบุ

ด้านพนักงานบริการในปั๊มน้ำมันรายหนึ่ง ให้ข้อมูลเสริมว่า “ตอนนี้ราคายังนิ่ง แต่คาดว่าน่าจะมีขยับเร็วๆ นี้ ได้ยินฝ่ายบริหารพูดคุยกันอยู่ ตอนนี้บรรยากาศการเติมน้ำมันของประชาชนยังปกติ แต่พอน้ำมันขึ้น คิดว่าจะแห่กันมาเติมจำนวนมาก อาจจะวันสองวันนี้ น่าจะแห่กันขึ้นราคาและชาวบ้านก็ต้องแห่กันมา”
แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่รายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเปราะบางกว่าพื้นที่อื่น หากเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน จะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามพรมแดน
ดังนั้น จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานและพาณิชย์จังหวัด เร่งบริหารจัดการสต็อกน้ำมันในพื้นที่ให้เพียงพอ และตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการ “กักตุน” หรือการฉวยโอกาสปิดปั๊มเพื่อรอน้ำมันขึ้นราคา ซึ่งจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว
สถานการณ์น้ำมันในพื้นที่ชายแดนใต้หลังจากนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ตัวเลขราคา” แต่เป็นบทพิสูจน์การบริหารจัดการภาวะวิกฤตของรัฐบาล ท่ามกลางเปลวเพลิงสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
Post Views: 3