รองแม่ทัพภาค 4 ต้อนรับผู้สืบเชื้อสายศาสดา ร่วม ‘มัจลิส ซูโกร’ รามัน

ใช้หลักธรรมบริสุทธิ์ดับไฟใต้
รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ปัตตานี-ยะลา ต้อนรับ “ฮาบีบ” ผู้รู้ศาสนาจากอินโดนีเซีย ในงานมหกรรมบรรยายธรรม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หนุนนโยบายแม่ทัพภาค 4 ใช้มิติศาสนาสร้างสันติสุขพหุวัฒนธรรม ด้านชาวบ้านรามันนับพันร่วมพิธี “มัจลิส ซูโกร” คึกคัก
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจด้านมวลชนสัมพันธ์และศาสนเสวนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่สงบผ่านความเข้าใจในหลักศรัทธาที่ถูกต้อง

โดย พล.ต. ชาคริต อุจะรัตน รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี (ผอ.ศสว.) ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนฝ่ายความมั่นคงในการเข้าร่วมกิจกรรม “มหกรรมบรรยายธรรม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายนที่ผ่านมา
ภารกิจเริ่มต้นขึ้น ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี โดย พล.ต. ชาคริต ได้ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติแก่ ท่านฮาบีบจินดัล โนเวล และ ท่านฮาบีบอะห์หมัด มุจตาบา ผู้รู้ทางศาสนาอิสลามและผู้สืบเชื้อสายท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย

ในการพบปะครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยฝ่ายความมั่นคงและผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาเห็นพ้องกันในการใช้ “มิติทางศาสนา” เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารหลักธรรมที่บริสุทธิ์แก่พี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีและลดช่องว่างของความขัดแย้งในสังคม
ต่อมาในเวลา 20.25 น. พล.ต. ชาคริต พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปยังบ้านนายกมิง (บ้านพอแม็ง) ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม “มัจลิส ซูโกร” (พิธีขอบคุณอัลเลาะห์) ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญปิดท้ายงานมหกรรมบรรยายธรรม

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กายูบอเกาะ องค์กรมัจลิส บูวาซอละห์แห่งประเทศไทย เพื่อนำเสนอหลักการอิสลามที่ถูกต้องผ่าน “ฮาบีบ” หรือผู้รู้ทางศาสนาที่ได้รับความเคารพศรัทธาในระดับสากล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชุมชน และเป็นการเยียวยาจิตใจสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้นำศาสนาในพื้นที่
พล.ต. ชาคริต อุจะรัตน เปิดเผยถึงความสำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการศาสนาคือเกราะป้องกันความขัดแย้งที่ดีที่สุด
“การที่ประชาชนได้รับฟังคำสอนจากผู้รู้ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทัศนคติที่ดีต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในทุกมิติเพื่อให้สันติสุขเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดถือความจริงใจและเคารพในวิถีศรัทธาของประชาชนเป็นที่ตั้ง” พล.ต. ชาคริต กล่าว

บรรยากาศภายในงานที่ อ.รามัน มีพี่น้องไทยมุสลิมในพื้นที่เดินทางมาร่วมรับฟังการบรรยายธรรมอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธาและการตอบรับแนวทางการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกของฝ่ายความมั่นคงในการเข้าถึงมวลชนผ่านมิติจิตวิญญาณ
Post Views: 2