ฟังเสียง ชาวบ้านหนุน“รถไฟ คู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก”

หวังยกระดับเศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต แต่จี้แก้ปม “ทางตัด–น้ำท่วม”
การดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีที่ปรึกษา กลุ่มบริษัท เทสโก้ จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษานำของโครงการ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดกิจกรรมประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 10 เมษายน 2569
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา) จังหวัดปัตตานี (อำเภอโคกโพธิ์ และอำเภอแม่ลาน) และจังหวัดยะลา (อำเภอเมืองยะลา และอำเภอรามัน) ขณะที่พื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ นักธุรกิจ ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงบัณฑิตอาสาในพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐกับชุมชน

จากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีท่าที “เห็นด้วย” กับโครงการ โดยมองว่าจะช่วยยกระดับระบบคมนาคม เพิ่มศักยภาพด้านการขนส่ง และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ประชาชนได้สะท้อนข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบด้านที่ดิน การประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องนำไปพิจารณาในการออกแบบโครงการอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่สองข้างทางรถไฟให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ได้แก่
(1) ระบบระบายน้ำ ต้องมีการออกแบบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่
(2) จุดตัดผ่านชุมชน ต้องมีจำนวนเพียงพอ สะดวก และปลอดภัย รองรับการสัญจรของประชาชน และไม่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกชุมชน

ในด้านความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ การลงพื้นที่ร่วมกันของ รฟท. และ ศอ.บต. ในลักษณะเข้าถึงชุมชนโดยตรง ส่งผลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานรัฐ โดยประชาชนรับรู้ถึงความตั้งใจในการรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง ช่วยลดความหวาดระแวง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการดำเนินโครงการ ทั้งนี้ ไม่พบประเด็นข้อเรียกร้องเชิงโครงสร้างหรือความไม่พึงพอใจต่อการดำเนินงานของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม รฟท. และคณะที่ปรึกษาโครงการ ได้บันทึกข้อเสนอแนะจากทุกเวที เพื่อนำไปประกอบการศึกษาและปรับปรุงรูปแบบโครงการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะนำผลการศึกษาและรูปแบบที่ปรับปรุงแล้วกลับมาหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ภาพรวมของเวทีสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมสนับสนุนโครงการ หากมีการออกแบบที่คำนึงถึงผลกระทบและข้อเสนอแนะของชุมชนอย่างรอบด้าน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
Post Views: 1