พ.ต.อ.ทวี” เปิดตัวเลขแฉกลางสภา
??????????
ยื่นญัตติด่วนดึงหลากพรรครื้อโครงสร้างรัฐ จวกแหลกบริหารงานชาติจนกลายเป็น “ภาระ”
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณารายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นอภิปรายตั้งคำถามสำคัญถึงทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน พร้อมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อปฏิรูปโครงสร้างรัฐครั้งใหญ่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การบริหารราชการแผ่นดินคืองานของชาติโดยส่วนรวม แต่นับตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ตนต้องขออภิปรายเพราะมองเห็นว่า การบริหารราชการแผ่นดินในเวลานี้นั้น ยึดประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จนทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันยังเป็นที่คาดหวังของประชาชน หรือแท้จริงแล้วกำลังกลายเป็น “ภาระ” ของประชาชนกันแน่
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ตนได้เสนอยัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภาฯ ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาทบทวน การปรับปรุง ยุบ ควบรวม เปลี่ยนแปลง และกระจายอำนาจ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กับหน่วยงานของรัฐ องค์กรของรัฐ กลไกพิเศษของรัฐ” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ
“วันนี้ได้เจอท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คิดว่าเปิดสมัยประชุมมาท่านคงไม่ย้ายไปไหน และเชื่อว่าท่านประธานสภาฯ จะใจกว้างให้ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีทั้งพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย ตนเอง และอาจมีพรรคอื่น ๆ ร่วมเสนอญัตติในทำนองเดียวกัน ซึ่งน่าจะนำมารวมกันได้”
หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวอีกว่า ตามหน้าที่ของ ก.พ.ร. ในมาตรา 77/10 มีบทบาทชัดเจนในการเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ โครงสร้างระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุคคล มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ค่าตอบแทน และวิธีปฏิบัติงาน ซึ่งครอบคลุมภาพกว้างทั้งหมด แต่เมื่อตนได้อ่านรายงานของ ก.พ.ร. แล้ว กลับรู้สึกว่า ก.พ.ร. ควรจะมีงานที่ “ท้าทาย” มากกว่าสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
พ.ต.อ.ทวี ได้ตั้งข้อสังเกตโดยเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างรายงานประจำปีของ ก.พ.ร. กับรายงานผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงบประมาณ โดยระบุว่า เมื่อนำตัวเลขมาตรวจสอบกระทบยอดกัน พบความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับขนาดขององค์กรรัฐ
“ในเนื้อหารายงานระบุให้มีงบประมาณ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า เมื่อเอารายงานปี 2568 มาไล่ดู ทิศทางในปี 2570 มีหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณพุ่งสูงถึง 3,286 หน่วยงาน ซึ่งถือว่ามากอย่างยิ่ง มันอาจจะมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาสมทบเยอะ หรือเกิดจากโครงสร้างที่แตกตัวออกไป” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สะท้อนถึงปัญหาการขยายตัวขององคาพยพรัฐและระบบรัฐราชการที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสวนทางกับแนวคิดการปฏิรูปรัฐบาลดิจิทัลและการนำ AI มาใช้เพื่อลดขนาดกำลังคนและงบประมาณแผ่นดิน โดยยัตติการขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาการ ยุบ-ควบรวม-กระจายอำนาจ หน่วยงานรัฐในครั้งนี้ กำลังเป็นที่จับตาจากหลายฝ่ายว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำไปสู่การผ่าตัดโครงสร้างระบบราชการไทยอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
Post Views: 2