ดร.ธนภณ ถอดโมเดล ‘ทุ่งสง’ พลิกชุมทางการค้าสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรม ดันรายได้พุ่ง 4 เท่า

ในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมักถูกผูกขาดอยู่กับเมืองเก่าที่มีวัดวาอารามหรือโบราณสถานอายุนับร้อยนับพันปี แต่กรณีศึกษาของ “อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช” กำลังกลายเป็นโมเดลสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมืองรองที่ไม่มีทุนมรดกวัฒนธรรมกระแสหลัก ก็สามารถสร้างตัวตนใหม่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ หากค้นพบ “เนื้อแท้” ของพื้นที่
จากการปรับเปลี่ยนประวัติศาสตร์ความเป็น “ชุมทางการค้าและรถไฟ” ให้กลายเป็นอัตลักษณ์ใหม่ ผ่านการออกแบบกิจกรรมวัฒนธรรม ตลาด และเทศกาลอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้รายได้หมุนเวียนในตลาดชุมชนเพิ่มขึ้นจากประมาณ 173,000 บาท ในระยะเริ่มต้น ทะยานสู่มากกว่า 600,000 บาทต่อวัน หรือเติบโตขึ้นกว่า 4 เท่าตัว
ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญของแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (ววน.) กระทรวง อว. และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” (PC) เปิดเผยว่า ทุ่งสงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทลายข้อจำกัดเรื่องต้นทุนทางวัฒนธรรม

“เมืองไม่จำเป็นต้องมีโบราณสถานจำนวนมากจึงจะสร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมได้ หัวใจสำคัญคือการค้นหา ‘ทุนวัฒนธรรมที่แท้จริงของพื้นที่’ และนำมาบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ทุ่งสงไม่ได้มีวัดเก่าแก่มากมายเหมือนในตัวเมืองนครศรีธรรมราช แต่เขามีวิถีชีวิตของความเป็นชุมทาง มีความหลากหลายของผู้คน และมีเรื่องเล่าของพ่อค้าคหบดีในอดีต เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มาออกแบบเป็นกิจกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์จึงสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขรายได้ของชาวบ้านที่จับต้องได้” ดร.ธนภณ ระบุ
ความสำเร็จของทุ่งสงโมเดล ส่วนหนึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนผ่าน โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนขับเคลื่อนร่วมกันจากหน่วยงานสายงานวิจัยระดับประเทศ ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)

การขยับตัวของทุ่งสงในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดงานอีเวนต์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการใช้กระบวนการวิจัยเข้ามาถอดรหัสฝังตัวกับชุมชน เพื่อตอกย้ำแนวคิด “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” และ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน ทุนชาติ” เปลี่ยนวัฒนธรรมกิน-อยู่-โลคอล ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
กรณีศึกษาทุ่งสง กำลังส่งสัญญาณสำคัญไปยังเมืองรองทั่วมองไทยว่า การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ต้องรอให้มีทุนดั้งเดิมที่ล้ำค่า แต่ต้องอาศัย 3 องค์ประกอบหลักคือ การค้นหาอัตลักษณ์ที่แท้จริง แม้จะเป็นเพียงวิถีชีวิตสามัญชนหรือทำเลที่ตั้ง การจัดการเชิงระบบ การเชื่อมโยงตลาด เทศกาล และการสื่อสารวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน การมีส่วนร่วมของชุมชนและกลไกวิจัย เพื่อให้รายได้กระจายสู่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอย่างแท้จริง ไม่กระจุกตัว


