ม.อ.ปัตตานี ดึงทุนวิจัย บพท. แก้จน ยกระดับสินค้าชุมชน ขึ้นเวทีอินเตอร์ ‘SDGs Fusion Fest’

     ม.อ.ปัตตานี เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นานาชาติควบคู่การพัฒนาท้องถิ่น จัดงานใหญ่ “SDGs Fusion Fest” ดึงกงสุลมาเลเซีย-เครือข่ายวิชาการข้ามชาติ ร่วมเวทีสะท้อนผลสำเร็จโครงการแก้จนบูรณาการ ชูจุดแข็งเปลี่ยนงานวิจัย บพท. เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้จริง ย้ำบทบาทสถาบันอุดมศึกษาเป็น ‘สะพานเชื่อม’ ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่พลเมืองโลก

      เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่เรือนอำมาตย์โทพระยาพิบูลย์พิทยาพรรค มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ได้มีการจัดงาน Internationalization on Campus ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Together for Tomorrow: SDGs Fusion Fest” เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระดับนานาชาติและเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติติการลงสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ชายแดนใต้

     การจัดงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี รองศาสตราจารย์ ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี ตลอดจนคณะการทูตและตัวแทนสถาบันการศึกษาต่างประเทศ อาทิ Mr. Muhamad Danial Atif Bin Nasiren คอนซุลมาเลเซียประจำประเทศไทย และผู้บริหารจาก Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI) ประเทศมาเลเซีย เข้าร่วมสังเกตการณ์และแลกเปลี่ยนทัศนะ

       ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเน้นย้ำในงานครั้งนี้ คือการแสดงผลสำเร็จของ โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณและทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

      นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ระบุว่า โจทย์สำคัญของจังหวัดปัตตานีคือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การที่ ม.อ.ปัตตานี นำทุนวิจัยจาก บพท. เข้ามาจับมือกับภาคประชาชนและภาครัฐ ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “งานวิจัยบนหิ้ง” ให้กลายเป็น “นวัตกรรมกินได้” ที่สร้างรายได้และแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างตรงจุด

“ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายนานาชาติ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ได้จริง และผลผลิตจากโครงการแก้จนของ บพท. ในวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าชุมชนปัตตานีมีศักยภาพพอที่จะก้าวสู่ระดับสากล” ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าว

ด้าน รศ.ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการฯ เปิดเผยถึงที่มาของการจัดงานว่า เป็นการสานต่อความสำเร็จจากปี 2568 โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ผ่าน 2 มิติสำคัญ คือ:

  1. มิติด้านการศึกษาและวัฒนธรรม: สร้างพื้นที่ให้นักศึกษาไทยและต่างชาติเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรม Language Booths, Cultural Parade และการแสดงทางวัฒนธรรม

  2. มิติด้านเศรษฐกิจและสังคม: การนำนิทรรศการแก้จนและตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน (Local Product Marketplace) มาจัดแสดงร่วมกับนิทรรศการนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการยอมรับในระดับสากล

ขณะที่ ผศ.ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี กล่าวเสริมว่า ม.อ.ปัตตานี ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และศาสนา สูง ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เพียงการมองออกไปภายนอกประเทศ แต่นำความเป็นสากลมาใช้เป็น “สะพานเชื่อม” ยกระดับคนในพื้นที่

“งานครั้งนี้ไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อความบันเทิง แต่เป็นภาพสะท้อนของการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือข้ามแดนมาต่อยอดใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นบทบาทหลักของ ม.อ.ปัตตานี ในการสร้างพลเมืองโลกควบคู่กับการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผศ.ดร.อัตชัย ระบุ