“เสียงคนนรา” ชำแหละ 21 วิกฤตน้ำ ชง สทนช.-ม.อ. รื้อแผนแม่บทฯ 15 ปี ดัน ‘ฮุก่มปากัต’ จัดการตัวเอง

“ทุกข้อมาจากเสียงของพี่น้องในพื้นที่”… เป็นคำยืนยันกลางเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหา “น้ำท่วม-ภัยแล้ง” ที่เรื้อรังในลุ่มน้ำบางนรา-โก-ลก กำลังจะถูกพลิกโฉมด้วยมิติใหม่ ที่ดึงเอาความต้องการของ ‘คนในพื้นที่’ ขึ้นมาเป็นตัวนำทิศทางนโยบาย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ลงพื้นที่จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง (พ.ศ. 2566–2580) ณ โรงแรมตันหยง จ.นราธิวาส เวทีครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหอบข้อมูลจากส่วนกลางมาบอกกล่าว แต่เป้าหมายหลักคือการเปิดไมค์ให้ “คนนราธิวาส” ได้ส่งเสียงสะท้อนปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญ
เจาะลึก 21 ปัญหา จากเสียงสะท้อน 3 โซนน้ำ
ผศ.พยอม รัตนมณี ผู้จัดการโครงการฯ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ทำให้พบความจริงที่บางครั้งไม่ปรากฏในฐานข้อมูลส่วนกลาง เฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา-โก-ลก ชาวบ้านได้ร่วมกันชำแหละปัญหาถึง 21 ข้อ ใน 5 ด้าน ซึ่งเกี่ยวโยงกันเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ
ชาวต้นน้ำ (อ.สุคิริน, แว้ง, ศรีสาคร) ร้องขอ ‘ฮุก่มปากัต’ ในพื้นที่ต้นน้ำ เสียงชาวบ้านระบุชัดถึงปัญหาภัยแล้งรุนแรง สวนเกษตรเชิงเดี่ยว และผลกระทบจากการดูดทรายร่อนทอง ทางออกที่ชุมชนต้องการไม่ใช่แค่รอพึ่งโครงการขนาดใหญ่ แต่คือ “การจัดการตนเอง” ผ่านการขุดบ่อน้ำตื้นประจำครัวเรือน การสร้างฝายขั้นบันได และที่สำคัญคือการใช้ “ฮุก่มปากัต” (ข้อตกลงชุมชน) มาเป็นกติกาในการใช้น้ำร่วมกันอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้จัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้าในช่วงฤดูน้ำหลาก (ธ.ค.-ม.ค.) และต้องคุมเข้มการถมดินขวางทางน้ำ
คนกลางน้ำ (อ.ระแงะ, ยี่งอ, สุไหงปาดี, สุไหงโก-ลก, เจาะไอร้อง) จี้แก้ท่วมซ้ำซาก-น้ำสนิม เสียงจากคนกลางน้ำสะท้อนความเดือดร้อนจากน้ำท่วมที่นับวันยิ่งรุนแรง และปัญหาน้ำสนิม แก้มลิงเดิมชำรุด ชุมชนเรียกร้องให้หน่วยงานอย่างกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและทหารหน่วยเคลื่อนที่ เข้ามาช่วยขุดเจาะบาดาล พร้อมเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม เช่น การขุดลอกคลองไอร์ตันหยง การร่วมกันออกแบบและใช้อ่างเก็บน้ำป่าไผ่ร่วมกัน รวมถึงการจี้ให้ยกระดับถนนหนีน้ำ โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกที่มักเผชิญวิกฤตหนักกว่าเดิม
ปลายน้ำ (อ.เมือง, ตากใบ) เดือดร้อนน้ำทะเลหนุน-ถนนขวางคลอง ส่วนพื้นที่ปลายน้ำ ชาวบ้านสะท้อนปัญหาน้ำทะเลหนุนและชายฝั่งกัดเซาะ พร้อมยื่นข้อเสนอแบบเจาะจงพื้นที่ เช่น การขุดลอกแม่น้ำตากใบที่ระบุชัดว่า “ต้องนำทรายไปทิ้งให้ไกลในระยะ 4 กม.” การสร้างประตูระบายน้ำอัตโนมัติ การขุดลอก 3 คลองระยะทาง 10 กม. ใน ต.บางปอ การสร้างอ่างเก็บน้ำ ต.มะนังตายอ และยกเครื่องระบบประปาทั้ง 8 หมู่บ้านใน ต.กะลุวอ
นำเสียงชาวบ้าน บรรจุลง ‘แผนแม่บท 15 ปี’
“เราได้รับรู้ปัญหา และได้ทางแก้ที่เป็นรูปธรรมจากเสียงของพี่น้องประชาชน โดยทาง ม.อ. จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปออกแบบเบื้องต้น ประเมินราคา และวางกรอบความยั่งยืนของแหล่งน้ำ” ผศ.พยอม ระบุ
จากเสียงสะท้อนทั้งหมด นำมาสู่ 5 แนวทางหลักในการแก้ปัญหา คือ 1. ยึดตามแผนแม่บทเดิม 2. เน้นสิ่งก่อสร้าง 3. ใช้ธรรมชาติช่วย 4. การผสมผสาน และ 5. การเตรียมรับมือภัยพิบัติ
ด้าน นางสาวดวงหทัย มงคลเคหา ผู้แทน สทนช. ย้ำว่า แผนแม่บทฯ ฉบับนี้ จะถูกนำไปประเมินผลกระทบทางยุทธศาสตร์ (SEA) ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนาระบุโครงการและงบประมาณได้อย่างแม่นยำ โดย สทนช. จะจัดเวทีกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนอีก 1 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ “ตรวจการบ้าน” และยืนยันความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง ก่อนนำไปปรับปรุงเป็นแผนแม่บทที่เป็นเข็มทิศแก้ปัญหาน้ำให้คนนราธิวาสอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง


