ศอ.บต. ผนึก ‘แม่ทัพภาค 4’ คนใหม่ ชู ‘การเมืองนำทหาร’ ดันงานพัฒนาหนุนความมั่นคงชายแดนใต้

“รองชนธัญ” นำทีม ศอ.บต. คารวะ “พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน” แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ เสนอ “แพ็กทีม” รัฐรุกดูแลกลุ่มเปราะบาง-หนุนกระบวนการสันติภาพ พร้อมยกระดับ ‘บัณฑิตอาสา’ แก้ความขัดแย้งฐานราก ด้านแม่ทัพฯ ย้ำใช้แนวทาง ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ ดึงประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนผู้อำนวยการกองและกลุ่มงาน เข้าคารวะและแสดงความยินดีต่อ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน ในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมหารือแนวทางการบูรณาการงานระหว่างฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่
พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน และประชาชน โดยตนยังคงย้ำแนวคิด “การเมืองนำการทหาร” ซึ่งไม่ได้หมายถึงพรรคการเมือง แต่คือการใช้กระบวนการสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วม และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหา เพราะบทเรียนในอดีตสะท้อนชัดเจนว่า ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน
“เราได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ มาเป็นหลักคิด การทำงานของภาครัฐไม่จำเป็นต้องอยู่เบื้องหน้าเสมอไป แต่ต้องเป็นผู้สนับสนุน สร้างโอกาส และความเข้มแข็งให้ประชาชนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งศอ.บต. ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างความสุขให้ประชาชน หลังจากนี้จะนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาขับเคลื่อนภารกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม” แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
ด้าน นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า ศอ.บต. พร้อมสนับสนุนและทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อมั่นว่า “งานพัฒนา” คือกำลังสำคัญที่จะเข้าไปสนับสนุน “งานด้านความมั่นคง” เบื้องต้นได้มีข้อเสนอในการพัฒนากลไกการทำงานร่วมกันในหลายมิติ โดยเฉพาะการนำงานพัฒนาเข้าไปสนับสนุนกลุ่มผู้ที่อยู่ในกระบวนการสร้างสันติภาพ รวมถึงผู้ที่ได้รับการปลดล็อกทางกฎหมายแล้ว
นายชนธัญ กล่าวว่า การช่วยเหลือต้องครอบคลุมตั้งแต่วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ การเกษตร และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ภายใต้หลักคิดที่ว่า “คนเปลี่ยน หมู่บ้านก็ต้องเปลี่ยน” การดูแลจึงต้องไม่หยุดอยู่แค่ตัวบุคคล แต่ต้องสร้างความเข้มแข็งไปถึงครอบครัวและชุมชนโดยรอบด้วย
นอกจากนี้ ศอ.บต. เตรียมยกระดับบทบาท “บัณฑิตอาสา” ซึ่งเป็นบุคลากรที่ใกล้ชิดพื้นที่ ให้เป็นกลไกหลักในการประสานงานระหว่างประชาชน ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายพัฒนา เพื่อนำปัญหาข้อขัดแย้งระดับชุมชนเข้าสู่กระบวนการแก้ไข โดยเฉพาะความขัดแย้งเชิงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต หรือความขัดแย้งจากโครงการของรัฐและปัญหาที่ดินทำกิน เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี และพื้นที่เทือกเขาบูโด ซึ่งต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมเข้าไปคลี่คลาย
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยังระบุถึงภารกิจสำคัญเร่งด่วนอีก 2 ประเด็น ได้แก่ การดูแลแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย โดยจะส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการคุ้มครองตามกฎหมายมาเลเซีย พร้อมพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้ชัดเจนขึ้น
รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในห้วงฤดูมรสุม โดย ศอ.บต. จะใช้ฐานข้อมูลและเครือข่ายบัณฑิตอาสาในชุมชน เป็นตัวเชื่อมประสานกับจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถระดมเครื่องมือและบุคลากรลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที
“เป้าหมายของ ศอ.บต. คือการ ‘แพ็กทีม’ ระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพัฒนา จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเมื่อเกิดปัญหา ภาครัฐพร้อมเข้าไปดูแลอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และไม่ทอดทิ้งประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นและสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่” นายชนธัญ กล่าวทิ้งท้าย

