บันทึกชายแดนใต้… ต่อ พ.ร.ก. 86 ครั้ง – พ.ร.บ.มั่นคงฯ 22 รอบ!

       ครม.เห็นชอบขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ครั้งที่ 86 ใน 18 อำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนพื้นที่ 15 อำเภอที่เหลือ พ่วง 4 อำเภอสงขลา ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯต่อเนื่องอีก 1 ปี ไฟเขียวใช้ ม.21 ดึงผู้หลงผิดกลับสู่สังคม

วันอังคารที่ 6 ต.ค.69 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้น อ.ยี่งอ อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้น อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.มายอ อ.ไม้แก่น อ.ทุ่งยางแดง อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน และจังหวัดยะลา ยกเว้น อ.เบตง อ.ยะหา อ.รามัน อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.69 ถึงวันที่ 19 ม.ค.70 ซึ่งเป็นการขยายเวลาครั้งที่ 86

สำหรับอำเภอที่ยังอยู่ภายใต้การประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งหมด 18 อำเภอ จาก 33 อำเภอ คือ

จ.นราธิวาส 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองนราธิวาส, อ.ตากใบ, อ.บาเจาะ, อ.ระแงะ, อ.รือเสาะ, อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโก-ลก, อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง

จ.ปัตตานี 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี, อ.โคกโพธิ์, อ.หนองจิก, อ.สายบุรี และ อ.ยะรัง

จ.ยะลา 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองยะลา, อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา

ส่วนอำเภอที่ได้รับการยกเว้นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง( พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) แทน

@@ ต่อเวลาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง 19 อำเภอชายแดนใต้อีก 1 ปี

เมื่อเร็วๆนี้ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบผลการประเมินสถานการณ์ และอนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 19 อำเภอใน 4 จังหวัด ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ถึงวันที่ 30 ก.ย.70 เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่และการดูแลความปลอดภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.คงามมั่นคงฯ ทั้ง 19 อำเภอ ประกอบด้วย

จ.นราธิวาส 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ยี่งอ อ.แว้ง และ อ.สุคิริน

จ.ปัตตานี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.มายอ อ.ไม้แก่น อ.ทุ่งยางแดง อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน

จ.ยะลา 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เบตง อ.ยะหา อ.รามัน อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง

จ.สงขลา 4 อำเภอ ได้แก่ อ.นาทวี อ.จะนะ อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การพิจารณาขยายระยะเวลาในครั้งนี้ นับเป็นการต่ออายุการประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 22 โดยเป็นการคงพื้นที่เดิมทั้ง 19 อำเภอ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 11 เม.ย.69 ครม. เคยมีมติให้ปรับลด อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ออกจากพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ทำให้พื้นที่ควบคุมลดลงจาก 20 อำเภอ เหลือ 19 อำเภอ

@@ อ้างผลสำรวจ 70% ไม่ต้องการเลิก “พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุถึงเหตุผลความจำเป็นว่า จากการประเมินของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พบว่า แม้การบูรณาการกำลังของเจ้าหน้าที่และการติดตามจับกุมแกนนำระดับปฏิบัติการ จะทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น แต่ในบางพื้นที่ยังคงมีความพยายามสร้างสถานการณ์ รวมถึงความเสี่ยงต่อการก่อเหตุกับเป้าหมายที่ระวังป้องกันต่ำ หรือเป้าหมายอ่อนแอ (Soft Target) จึงยังมีความจำเป็นต้องคงมาตรการตามกฎหมายความมั่นคงไว้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กอ.รมน. ยังได้อ้างอิงผลการประเมินความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยระบุว่า ความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง ร้อยละ 70.36 ที่ “ไม่ต้องการให้ยกเลิก” การประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ขณะที่มีเพียงร้อยละ 29.64 ที่ต้องการให้ยกเลิก

@@ ไฟเขียวใช้ ม.21 พาผู้หลงผิดกลับสู่สังคม

พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้เห็นชอบร่างประกาศและร่างข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงไฟเขียวให้สานต่อการดำเนินมาตรการตาม มาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ผู้ที่กระทำความผิดเพราะหลงผิด หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้กลับใจเข้ามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการอบรมตามคำสั่งศาล แทนการถูกดำเนินคดีอาญาตามปกติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสันติสุขและเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างกลับคืนสู่สังคม

“การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ถือเป็นมาตรการทางกฎหมายที่นำมาใช้ทดแทนในพื้นที่ที่ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะทยอยปรับลดพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระดับมาตรการด้านความมั่นคง และเตรียมความพร้อมในการคืนพื้นที่เข้าสู่การบริหารภายใต้กลไกปกติ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว