‘ราชทัณฑ์ปันสุข’ สกัดโรคติดต่อ-ดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง

                                         

      รักษาราชการแทน ผบ.เรือนจำกลางปัตตานี นำทีมรับการตรวจประเมินจาก สคร.12 สงขลา และ สสจ.ปัตตานี ติดตามผลการดำเนินงานโครงการ ‘ราชทัณฑ์ปันสุขฯ’ เน้นหนักการคัดกรองวัณโรค-ไวรัสตับอักเสบ และโรคอุบัติใหม่ในสถานพยาบาลเรือนจำ

      เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ สถานพยาบาลเรือนจำกลางปัตตานี นายศรชัย ตลาสุข ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี พร้อมด้วยคณะทำงานพยาบาลเรือนจำฯ ให้การต้อนรับคณะตรวจประเมินผลการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในเรือนจำ

      การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายนอก ประกอบด้วย:

  1. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12)

  2. คณะทำงานจากโรงพยาบาลแม่ข่ายปัตตานี

  3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี (สสจ.)

       เปิด 5 ภารกิจหลัก ตรวจสอบมาตรฐานการรักษา

       สำหรับการประเมินในครั้งนี้ อยู่ภายใต้กรอบการดำเนินงาน โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังให้เข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม โดยคณะกรรมการได้เข้าตรวจสอบและประเมินผลในหัวข้อสำคัญ

  • การเฝ้าระวังโรคติดต่อ: การคัดกรองวัณโรค (TB), ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ

  • การป้องกันโรค: ระบบการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (การฉีดวัคซีน)

  • กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs): งานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

  • การควบคุมภัยสุขภาพ: การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในสถานพยาบาลและเรือนจำ

                       

ยกระดับสุขภาวะ ยึดหลักสิทธิมนุษยชน

       การประเมินดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการคัดกรองโรคที่อาจแพร่ระบาดได้ง่ายในสภาพที่จำกัด เช่น วัณโรค ซึ่งทางคณะทำงานฯ ได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการป่วยรุนแรงได้รับการส่งต่อที่รวดเร็ว

     “การดำเนินงานภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ไม่เพียงแต่เป็นการดูแลตามสิทธิขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้โรคติดต่อจากภายในเรือนจำแพร่ระบาดสู่ชุมชนภายนอกเมื่อมีการพ้นโทษอีกด้วย” นายศรชัย กล่าวในระหว่างการตรวจเยี่ยม

     ทั้งนี้ ผลการประเมินในเบื้องต้นพบว่า การดำเนินงานเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยคณะกรรมการได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจัดเก็บประวัติสุขภาพผู้ต้องขังให้มีความต่อเนื่องยิ่งขึ้น