ชันโรง หลักหมื่น

  ช่างเฟอร์นิเจอร์ยะลาเปลี่ยนเศษไม้เป็น “มัสยิดจำลอง” อัพราคา ชันโรง หลักหมื่น

       เปิดแนวคิด “อิสมาเอล เสะนุง” ช่างฝีมือปัตตานีสู่อำเภอรามัน เนรมิตกล่องเลี้ยงผึ้งจิ๋วทรงมัสยิด ผสานงานไม้-เรซิน ชูอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ยกระดับเกษตรประณีต เก็บน้ำผึ้งปีละครั้งเน้นคุณภาพพรีเมียม พบกล่องรุ่นท็อปราคาพุ่ง 20,000 บาท


    ในขณะที่การเลี้ยง “ชันโรง” หรือผึ้งจิ๋ว กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่ตำบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา การเลี้ยงชันโรงไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตน้ำหวานเพื่อจำหน่ายเท่านั้น ทว่าได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นงานศิลปะทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ

จากเศษไม้เหลือทิ้ง สู่ศิลปกรรม “มัสยิดจำลอง”

นายอิสมาเอล เสะนุง ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ผู้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง เจ้าของแบรนด์ “ArttikBees ชันโรงคราฟท์” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราถึงที่มาของไอเดียสุดสร้างสรรค์นี้ว่า ด้วยพื้นฐานอาชีพช่างไม้ที่เน้นความละเอียดประณีต เมื่อหันมาเลี้ยงชันโรงจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างความแตกต่าง โดยนำทักษะเชิงช่างมาประยุกต์เข้ากับความเชื่อและอัตลักษณ์ในพื้นที่

“ผมไม่อยากทำกล่องไม้สี่เหลี่ยมธรรมดาเหมือนคนอื่น ในเมื่อเรามีต้นทุนเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว จึงนำเศษไม้หายากที่มีมูลค่าเหลือจากการทำงานหลัก มาผสมผสานกับเทคนิคไม้เรซิน ออกแบบเป็นกล่องเลี้ยงชันโรงรูปทรงมัสยิดย่อส่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งแล้ว ยังเป็นงานตกแต่งบ้านที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวมุสลิมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี” นายอิสมาเอล กล่าว

 กล่องละ 2 หมื่นบาท

จากการสำรวจพบว่า กล่องเลี้ยงชันโรงทั่วไปในท้องตลาดมีราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท แต่ชิ้นงานของนายอิสมาเอลกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการขยับราคาขึ้นไปสูงถึง 20,000 บาท สำหรับรุ่นท็อปที่เป็นรูปทรงมัสยิดประณีตศิลป์ ส่วนกล่องลวดลายทั่วไปที่ผ่านการดีไซน์เริ่มต้นที่ 2,000 บาท

รายละเอียดผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการ:

  • วัสดุ: เศษไม้เนื้อแข็งหายาก ผสมผสานเรซินสีสันสวยงาม

  • สายพันธุ์ที่เลี้ยง: โทราซิก้า, อิตาม่า, ปากแตร และบาคารี่

  • พื้นที่ดำเนินการ: 2 ไร่ ใน ต.บาโงย อ.รามัน รองรับได้กว่า 100 ลัง


กลยุทธ์ “365 วัน” เน้นคุณภาพเหนือปริมาณ

นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์กล่องที่มีมูลค่าสูงแล้ว กระบวนการผลิตน้ำผึ้งของ “ArttikBees” ยังใช้กลยุทธ์สร้างความต่างด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง “ปีละครั้ง” เท่านั้น

นายอิสมาเอล อธิบายว่า การทิ้งระยะเวลาให้ครบ 365 วัน เพื่อต้องการให้น้ำผึ้งมีความเข้มข้นสูงสุดและสะสมสารอาหารจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนที่สุด ถือเป็นน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ให้ความสนใจอย่างมาก

โมเดลเกษตรสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน

ปัจจุบัน พื้นที่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มผลิตน้ำผึ้ง แต่ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจเกษตรประณีต นายอิสมาเอลยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook: Ismaail Senung และ TikTok: ArttikBees ในการสื่อสารงานศิลปะคู่ไปกับการเกษตร

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ Soft Power และทักษะฝีมือแรงงานท้องถิ่น มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างน่าสนใจ