‘ดร.ธนภณ’ นำทัพ อว.-บพท. ชูยุทธศาสตร์ ‘ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ’ ลงพื้นที่ทุ่งสงร่วมบุญ ‘รับตายาย’ ดันเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

        ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) นำทีมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ” ลงพื้นที่วัดชัยชุมพล อำเภอทุ่งสง ร่วมประเพณีบุญสารทเดือนสิบ “รับตายาย ยกหมรับเล็ก” เดินหน้าผลักดันโครงการวิจัยยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดจัดใหญ่ “เป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 3” ปลายเดือนกันยายนนี้

วันนี้ (27 ก.ย.69) ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) ได้นำคณะนักวิจัยและผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบด้วย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD), นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ประธานมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน (หัวหน้าโครงการฯ) ลงพื้นที่วัดชัยชุมพล อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมทำบุญในประเพณี “รับตายาย ยกหมรับเล็ก”

       การลงพื้นที่ของ ดร.ธนภณ ในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงรุกภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งอยู่ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยมุ่งเน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ตามปณิธาน “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” และ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ”

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณและบูรณาการความร่วมมือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.), สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมีมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชนเป็นผู้ดำเนินงาน

       ทั้งนี้ ประเพณีทำบุญรับตายายเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคใต้ จากความเชื่อที่ว่าในวันแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ เดือน 10 บรรพบุรุษผู้ล่วงลับจะกลับมายังโลกมนุษย์ โดยวันแรม 1 ค่ำ เรียกว่า “วันรับตายาย” และวันแรม 15 ค่ำ เรียกว่า “วันส่งตายาย” ซึ่งลูกหลานจะจัดเตรียมอาหารและขนมจัดเป็น “หมรับ” บนถาด ก่อเป็นรูปพระธาตุ โดยมีหัวใจสำคัญคือ ขนมเดือนสิบ 5 ชนิด ได้แก่ ขนมพอง, ขนมลา, ขนมกง, ขนมดีซำ และขนมบ้า เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที

เพื่อเป็นการต่อยอดนโยบายการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม คณะขับเคลื่อนงานวิจัยยังได้เตรียมจัดงาน เทศกาล เป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 3 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน – 11 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ หลาดยิบ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องในการใช้สื่อวัฒนธรรมชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับเมืองรองต่อไป