ศอ.บต. รับลูก 25 องค์กรพุทธฯ ดันแผนความปลอดภัย-ดึงคนคืนถิ่น ด้าน “รองเจ๋ง” ประกาศจุดยืน “ต้องทำจริงเป็นรูปธรรม”

        ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จังหวัดปัตตานี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากคนทำงานในพื้นที่ โดยนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารตั้งโต๊ะหารือร่วมกับเครือข่ายไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 25 องค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและจัดทัพกำหนดแนวทางขับเคลื่อนงานของเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมีบุคคลสำคัญร่วมเวที อาทิ พระโสภณวัชรบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี และ พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เข้าร่วม

        บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเวทีได้เปิดกว้างให้ตัวแทนเครือข่ายชาวไทยพุทธจากหลากหลายภาคส่วน สะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอจาก “คนในพื้นที่” ถึง “รัฐ” โดยตรง ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือหนีไม่พ้นเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, การสนับสนุนจากภาครัฐ, การสานความสัมพันธ์ระหว่างต่างศาสนิก, การจัดการศึกษาของเยาวชน ตลอดจนการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม

        นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่เครือข่ายฯ ขีดเส้นใต้ คือ การส่งเสริมอาชีพและการสร้างงานเพื่อดึงดูด “คนไทยพุทธ” ที่ต้องทิ้งถิ่นฐาน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐต้องเร่งหาทางออกให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

         นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวบนเวทีว่า การรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ภาครัฐได้เข้าใจสถานการณ์ ความต้องการ และ “ข้อจำกัด” ของประชาชนในพื้นที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดย ศอ.บต. พร้อมเป็นเจ้าภาพนำข้อเสนอจากเครือข่ายไปกางโต๊ะพิจารณา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการทำงานที่เชื่อมโยงกันในทุกมิติ ทั้งภาครัฐ ภาคศาสนา และภาคประชาชน

“การขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินไปพร้อมกัน โดยต้องรับฟังเสียงของคนในพื้นที่และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน” นายชนธัญ กล่าวทิ้งท้าย

       ทั้งนี้ มีรายงานว่า ศอ.บต. จะนำข้อเสนอเชิงลึกจาก 25 องค์กรเครือข่ายไทยพุทธ ไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านการพัฒนา เพื่อปรับเข็มทิศนโยบายให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่ มุ่งเป้าฟื้นฟูความเข้มแข็งของชุมชน และดึงประชาชนทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเดินหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สังคมแห่งสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป