ตึก รพ.สงขลา 424 ล. ส่อทิ้งงาน? พลิกโปรไฟล์ ‘กิจการร่วมค้า AKC’ พบเจ้าเดิมเหตุตึก สตง. ถล่ม

เปิดปมโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลา งบ 424 ล้านบาท พบสถานะล่าช้าสะสมกว่า 151 วัน ค่าปรับจ่อพุ่ง 64 ล้านบาท พบพิรุธส่งงานเลทเกือบทุกงวด ล่าสุดงวด 15 ลากยาวเกือบปี พลิกปูมผู้รับเหมา ‘อัครกร ดีเวลลอปเมนท์‘ พบเป็นเจ้าเดียวกับเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มในอดีต จับตาหน่วยงานรัฐเพิกเฉย ไม่บอกเลิกสัญญา?
มีรายงานความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างภาครัฐที่มีปัญหาความล่าช้าและส่อแววจะกลายเป็นโครงการร้าง โดยล่าสุดพบความผิดปกติในโครงการก่อสร้าง อาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ 9 ชั้น (โครงสร้างต้านแผ่นดินไหว) โรงพยาบาลสงขลา วงเงินงบประมาณตามสัญญา 424,186,739.52 บาท

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า โครงการดังกล่าวเริ่มทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 2565 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ก.ค. 2568 (รวม 1,060 วัน) แต่ปัจจุบันสถานะในระบบพัสดุระบุชัดเจนว่า “ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด” โดยล่วงเลยกำหนดสัญญามาแล้วกว่า 151 วัน (นับจากงวดงานสะสม)
เปิดไทม์ไลน์ความล่าช้า: ส่งงานเลททุกงวด!
จากการสืบค้นรายละเอียดงวดงานของสำนักข่าวอิศรา พบพิรุธในลักษณะ “ความล่าช้าสะสม” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ งวดที่ 8: กำหนดเสร็จ 25 ก.ค. 66 แต่ส่งจริง 8 ก.พ. 67 (ช้ากว่าแผน 10.68%)
งวดที่ 9: กำหนดเสร็จ 24 ส.ค. 66 แต่ส่งจริง 20 มี.ค. 67 (ช้ากว่าแผนเพิ่มเป็น 13.72%)
งวดที่ 13: กำหนดเสร็จ 22 ธ.ค. 66 แต่ส่งจริง 24 ก.ย. 67 (ล่าช้า 277 วัน)
งวดที่ 15: กำหนดเสร็จ 20 ก.พ. 67 แต่เพิ่งส่งมอบจริง 17 ก.พ. 68 (ล่าช้าเกือบ 1 ปีเต็ม)

พลิกโปรไฟล์ ‘กิจการร่วมค้า AKC’ กับบทเรียนตึก สตง. ถล่ม
เมื่อสำนักข่าวอิศราตรวจสอบรายชื่อผู้รับจ้าง พบว่าเป็น กิจการร่วมค้า AKC ประกอบด้วย บริษัท อัครกร ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ถือหุ้น 51%) บริษัท ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด (ถือหุ้น 49%)
ประเด็นที่น่าสนใจคือ บริษัท อัครกร ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกันกับผู้รับเหมาที่มีประวัติอื้อฉาวจากเหตุการณ์นั่งร้านและโครงสร้างถล่มขณะก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเคยเป็นข่าวโด่งดังและนำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมงานก่อสร้าง
จ่อค่าปรับ 64 ล้าน – เข้าข่ายต้องบอกเลิกสัญญา?
เมื่อพิจารณาจากมูลค่างาน 424 ล้านบาท หากมีการคำนวณค่าปรับรายวันในอัตรา 0.1% จะตกอยู่ที่วันละ 424,186 บาท > “หากนับยอดความล่าช้าสะสม 151 วัน ค่าปรับจะสูงถึง 64,052,086 บาท ซึ่งเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินสัญญา (42.4 ล้านบาท) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานของรัฐมีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาบอกเลิกสัญญา และรายงานชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็นอื่น”
อย่างไรก็ตาม ในเอกสารยังระบุว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา” หมายความว่ายังไม่มีการขยายเวลาให้ผู้รับเหมาอย่างเป็นทางการ แต่เหตุใดโครงการจึงยังไม่มีการเร่งรัดหรือดำเนินการตามระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัด?
ด้านเครือข่าย STRONG และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. และ สตง. ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยด่วน ใน 3 ประเด็นหลัก ความสอดคล้องของเนื้องาน: งานที่เบิกเงินไปแล้วกับเนื้องานจริงที่หน้างานตรงกันหรือไม่?
เหตุใดถึงปล่อยให้ค่าปรับสะสมสูงเกินเพดานโดยไม่มีการบอกเลิกสัญญา?
ตรวจสอบความเชื่อมโยง: มีผู้มีอิทธิพลหรือฝ่ายการเมืองหนุนหลังผู้รับเหมารายนี้หรือไม่?
สำนักข่าว จะติดตามความคืบหน้าโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำชี้แจงจากฝั่งผู้บริหารโรงพยาบาลสงขลาและบริษัทผู้รับเหมา เพื่อนำมาเสนอให้สาธารณชนทราบต่อไป

