รวบเครือข่ายยาเสพติดบิ๊กบึ้ม

ทภ.4 สนธิกำลัง ปส. สกัดไอซ์ 100 กก. คาทางลงใต้
ศปก.ทภ.4 บูรณาการร่วม ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สกัดจับขบวนการลำเลียงไอซ์ 100 กิโลกรัม พื้นที่รอยต่อสงขลา-ปัตตานี รวบผู้ต้องหา 2 ราย พบพฤติการณ์ใช้รถนำทางหวังตบตาเจ้าหน้าที่
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 (ผอ.ศปก.ทภ.4) และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือเพื่อกวาดล้างภัยแทรกซ้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยกองบังคับการควบคุมแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อนพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ประสานความร่วมมือกับ กองกำกับการ 3 บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (กก.3 บก.ปส.4) เข้าทำการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลอตใหญ่ที่จะมุ่งหน้าลงสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
เปิดพฤติการณ์จับกุม-ขยายผลรถนำทาง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสกัดจับผู้ต้องหาคนแรกคือ นายณรงค์ชัย สูญพานิช อายุ 60 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ขณะขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 7 ขฆ 3509 กทม. ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถบรรทุกยาเสพติด (รถ 62) บริเวณพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
จากการตรวจค้นภายในรถ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุอยู่ น้ำหนักรวมประมาณ 100 กิโลกรัม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่อดูด่านตรวจ คือ นายนูรูดิง สาและแว อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 7 ขฉ 6754 กทม. โดยสามารถสกัดจับได้ที่บริเวณด่านตรวจความมั่นคงเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
สรุปรายการของกลางและข้อหา
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางประกอบด้วย
-
ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม
-
รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน (รถลำเลียงและรถนำ)
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน
“จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

