จ่ายเยียวยารอบแรก 21 ล้าน! ฟื้นฟู 5 ปั๊มน้ำมันถูกบึ้ม-เผา

                                                                   


ผู้ว่าฯ กางแผน “ซีลชายแดน” สกัดรุนแรง

     ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่ตันหยงมัส มอบเงินเยียวยาผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน-7-11 ที่ถูกลอบวางระเบิดและเพลิงไหม้ใน 5 อำเภอ รวมกว่า 21 ล้านบาท หลังเกิดเหตุเพียง 7 วัน เผยเร่งจ่ายเบื้องต้น 70% เพื่อฟื้นฟูธุรกิจ พร้อมประสานรัฐกลันตันล้อมคอกท่าข้ามธรรมชาติ สกัดกลุ่มป่วนใต้-สิ่งผิดกฎหมาย

     เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. และร้านสะดวกซื้อ 7-11 เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา

จ่ายรอบแรก 21 ล้าน ครอบคลุม 5 อำเภอ

     จากการประชุมคณะกรรมการประเมินความเสียหายด้านทรัพย์สินฯ จังหวัดนราธิวาส ได้พิจารณาอนุมัติวงเงินช่วยเหลือรอบแรก รวมทั้งสิ้น 21,723,176.42 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย:

  1. อ.จะแนะ

  2. อ.ระแงะ

  3. อ.แว้ง

  4. อ.เจาะไอร้อง

  5. อ.สุไหงโก-ลก

     จากการสรุปความเสียหายเบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 20 ราย รายการทรัพย์สินเสียหายรวม 36 รายการ

ยึดสปีด 7 วันจ่ายจริง-เล็งเยียวยาเพิ่มตามเสียหายจริง

      นายบุญช่วย เปิดเผยว่า จังหวัดสามารถดำเนินการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกได้ภายใน 7 วัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10 วัน โดยเป็นการจ่ายชดเชยเบื้องต้นไปแล้วกว่า 70% เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเงินไปฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเปิดบริการได้โดยเร็วที่สุด

       “เราต้องการสร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจ ในส่วนของหัวจ่ายน้ำมันที่เสียหายเป็นหน้าที่ของ ปตท. (OR) ที่กำลังเร่งติดตั้ง ส่วนต่างที่เหลือหลังจากหักลบจากที่บริษัทประกันภัยจ่ายแล้ว ทางจังหวัดจะดำเนินการเยียวยาเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงต่อไป” ผู้ว่าฯ นราธิวาส ระบุ

ยกระดับความมั่นคง “ซีลชายแดน” ประสานกลันตัน

        สำหรับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำซ้อน นายบุญช่วย ระบุว่า ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้ประชุมร่วมกันทุกวันเพื่ออุดช่องโหว่ โดยเน้นมาตรการ “ซีลชายแดน” (Border Sealing) อย่างเข้มข้น

        นอกจากนี้ เตรียมประสานงานกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผ่านกงสุลใหญ่ฯ เพื่อหารือเรื่องการควบคุมเส้นทางข้ามแดนและท่าข้ามธรรมชาติ รวมถึงการตรวจสอบเรือข้ามฝั่ง เพื่อตัดวงจรการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความรุนแรงในพื้นที่

      ด้าน นางมาซีฮัน มะต่าย เจ้าของปั๊ม ปตท. สาขาตันหยงมัส กล่าวขอบคุณภาครัฐที่เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เนื่องจากเงินก้อนนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นฟูสภาพร้านและระบบต่างๆ เพื่อให้กลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติอีกครั้ง