กระเป๋าเงิน นร. 300 บาท สวัสดิการถ้วนหน้า หรือแค่เบี้ยต่อลมหายใจ?


     ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ที่เข้มข้น นโยบายด้านการศึกษาถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิหลักที่หลายพรรคการเมืองเร่งนำเสนอ ล่าสุด “พรรคโอกาสใหม่” ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้เปิดตัวนโยบายที่ถูกจับตามองอย่าง “กระเป๋าเงินนักเรียน 300 บาท” ซึ่งอ้างว่าจะเป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

300 บาท: จากตัวเลขสู่ ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’

        ทีมเศรษฐกิจพรรคโอกาสใหม่ เปิดเผยถึงเบื้องหลังนโยบายนี้ว่า ตัวเลข 300 บาท อาจดูไม่มากในสายตาคนเมือง แต่จากการลงพื้นที่สำรวจกลุ่มครอบครัวเปราะบาง พบว่าเงินจำนวนนี้คือจุดตัดสำคัญระหว่าง “การได้ไปต่อ” หรือ “การต้องหยุดเรียน” ของเด็กไทยจำนวนมหาศาล

โดยโครงสร้างนโยบายระบุว่า เงินจำนวนนี้จะถูกจัดสรรเพื่ออุดช่องว่าง 3 ด้านหลัก

  1. ค่าเดินทาง: แก้ปัญหาเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องแบกรับต้นทุนการเดินทางสูง

  2. ค่าอาหาร: เสริมจากงบประมาณรายหัวเดิม เพื่อให้เด็กได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน

  3. ค่าอินเทอร์เน็ต: เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) ให้เด็กสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้สากลได้ทุกที่

พยุงชีวิตในรั้วโรงเรียน ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นสิทธิ

          พรรคโอกาสใหม่เน้นย้ำว่า นโยบายนี้ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์หรือการแจกเงินแบบประชานิยมทั่วไป แต่เป็นการนิยามใหม่ว่า “การศึกษาต้องเป็นสิทธิ ไม่ใช่ภาระของครอบครัว”

“เรามองว่าเด็กไทยไม่ควรถูกจำกัดอนาคตเพียงเพราะไม่มีค่ารถ หรือไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ 300 บาทนี้คือการพยุงชีวิตในรั้วโรงเรียน เพื่อให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ” แกนนำพรรคระบุ


การวิเคราะห์งบประมาณและที่มาของรายได้ 

           จากการตรวจสอบเบื้องต้น นโยบายดังกล่าวต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการดูแลเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งสำนักข่าวอิศราตั้งข้อสังเกตว่า พรรคโอกาสใหม่จะต้องตอบคำถามเรื่อง “ที่มาของงบประมาณ” ให้ชัดเจนว่าจะนำมาจากส่วนใด

  • การปฏิรูปงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการเดิม?

  • การจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่?

  • หรือการเกลี่ยงบประมาณจากส่วนงานที่ไม่จำเป็น?

          แม้จะเป็นนโยบายที่ซื้อง่ายขายคล่องในเชิงการเมือง แต่ในเชิงรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ นี่คือบททดสอบสำคัญของพรรคโอกาสใหม่ว่าจะสามารถเปลี่ยน “ลมหายใจ” ให้เป็น “โครงสร้างที่ยั่งยืน” ได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางสภาวะหนี้สาธารณะที่ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ