แสงแห่งความหวังที่สายบุรี เมื่อ “ดวงตา” กลับมามองเห็น สันติภาพที่สัมผัสได้ด้วยใจ

ในดินแดนปลายด้ามขวานที่เสียงปืนมักจะดังกลบเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้าน การได้กลับมา “มองเห็น” โลกใบเดิมด้วยสายตาที่ชัดเจนขึ้น อาจเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยยากไร้ในพื้นที่อำเภอสายบุรี จามรู และปะนาเระ
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตาแห่งความยินดี ในพิธีเปิดดวงตาให้กับผู้ป่วยต้อกระจกจำนวน 110 ราย ภายใต้ “โครงการแสงแห่งความหวังรักษาตาต้อกระจก” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ปฏิบัติการ “เปิดดวงตา” ท่ามกลางพหุวัฒนธรรม
ย้อนกลับไปเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า (31 มกราคม 2569) ที่หอผู้ป่วยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ภาพที่ปรากฏไม่ใช่หน่วยทหารในชุดสนามพร้อมอาวุธ แต่เป็นภาพของ พ.อ. เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.รร.การเมือง ศสว. และ พ.อ. ณัฐวุฒิ ศรีสังข์ ผบ.ฉก.ทพ.44 นำกำลังพลจิตอาสาและชุดปฏิบัติการกร. (ชญ) ลงพื้นที่ประคองแขน นั่งพูดคุย และให้กำลังใจผู้ป่วยต้อกระจกที่มารอรับการผ่าตัด
การรักษาครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงแค่ “ตัวเลข” ของผู้ป่วย แต่เป็นการบริหารจัดการตามความเร่งด่วน โดยมีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทหารพรานในพื้นที่ เข้ามาเป็น “โซ่ข้อกลาง” อำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีฐานะยากจน
“เราไม่ได้มาเพียงเพื่ออำนวยความสะดวก แต่เรามาเพื่อสร้างความเข้าใจว่ารัฐไม่เคยทอดทิ้งพวกเขา” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อ “บิ๊กนร” ลงพื้นที่ มากกว่านโยบาย คือการช่วยเหลือด้วยหัวใจ
ในวันพิธีเปิดดวงตา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เดินทางมาเป็นประธานด้วยตัวเอง ท่ามกลางบุคคลสำคัญจากทุกภาคส่วน ทั้งประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานด้านความมั่นคง
ภาพที่แม่ทัพภาคที่ 4 ค่อยๆ แกะผ้าปิดตาให้ผู้ป่วยทีละคน จนพบกับดวงตาที่สดใสและรอยยิ้มที่ส่งผ่านออกมา สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่เน้น “ความรักและความจริงใจ” มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว


