กอ.รมน.โทษสื่อปล่อย “เฟคนิวส์” – ที่แท้ จนท.ส่งรัวๆ ภาพเพลิงโหมนิคมฮาลาล

กอ.รมน.มึนโทษสื่อเสนอเฟคนิวส์ระเบิด-ไฟลุกนิคมฮาลาลปัตตานี ท้้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ปูดภาพข่าวน่าสะพรึง มีเจ้าหน้าที่ส่งรัวๆ ในกลุ่มไลน์สื่อมวลชน ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทุกสำนัก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ออกโรงจี้ให้ใช้ภาพจากช่องทางที่เป็นทางการ แต่หน่วยงานเองกลับเงียบหายหลังเกิดเหตุข้ามวัน เพิ่งโผล่ส่งข่าว แถมโวยสื่อซ้ำ
กลายเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที หลังปรากฏข่าวและภาพถ่ายเหตุการณ์ความไม่สงบภายในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ปัตตานี แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ โดยมีการส่งภาพเพลิงไหม้รุนแรงมาประกอบ จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับสาธารณชน ก่อนที่หน่วยงานความมั่นคง อย่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า “ไม่เป็นความจริง”
วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.69 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าว หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. และสื่อมวลชนทุกแขนงเสนอข่าวและภาพข่าวนี้ตลอดทั้งวันของวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า “จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลข่าวสารบางส่วนเกี่ยวกับเหตุระเบิดภายในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี โดยมีการกล่าวอ้างว่า เป็นข้อมูลและภาพจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.นั้น
จากการตรวจสอบพบว่า ภาพที่นำมาประกอบไม่ใช่ภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานแต่อย่างใด” แถลงการณ์ระบุ
นอกจากนี้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังนำภาพเพลิงลุกไหม้น่ากลัว ที่เสนอในสื่อทุกสำนัก รวมถึงศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ไปนำเสนอประกอบกับแถลงการณ์ และทำเครื่องหมายตีตราว่า “Fake News” ซึ่งหมายถึง “ข่าวปลอม” ด้วย
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงวิเคราะห์เสริม โดยอ้างว่าการจงใจนำภาพเพลิงไหม้ขนาดใหญ่มาผูกโยงกับเหตุระเบิดในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดปัตตานี อาจหวังผลในการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในมิติเศรษฐกิจและการลงทุนที่กำลังฟื้นตัว ทำให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. แสดงความกังวลว่า การนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือขาดการตรวจสอบอย่างรอบด้าน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศและความเชื่อมั่นในพื้นที่ และอาจถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปขยายผลสร้างความสับสนในสังคมวงกว้าง
โอกาสนี้ ยังมีการแจ้งขอความร่วมมือให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการก่อนนำเสนอทุกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่อ่อนไหวและกระทบต่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ทุกภาคส่วนยึดหลักข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้ในการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่รอบด้าน อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งความเชื่อมั่นและความสงบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน


