เปิดโรดแมปสมช. 3 ปี ดับไฟใต้ มุ่งเปลี่ยนผ่านภารกิจสู่กลไกปกติ

ร่างนโยบายความมั่นคงใต้ปี 68-70 สมช. ดีเดย์ “ปัตตานี” ตั้งเป้าดับไฟใต้-คืนภาวะปกติ

     สมช. บุกปัตตานี แจงนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับปี 2568-2570 ชูยุทธศาสตร์ “ความมั่นคงคู่การพัฒนา” ย้ำเป้าหมายเปลี่ยนผ่านภารกิจสู่กลไกปกติ เร่งคลี่คลายเงื่อนไขความรุนแรง 3 ระดับ มุ่งสร้างสันติสุขยั่งยืน

      เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องน้ำพราว 1 โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาชี้แจงนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่งเข้าร่วม อาทิ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา


กางโรดแมป 3 ปี จาก “พื้นที่พิเศษ” สู่ “ภาวะปกติ”

      สำหรับการจัดทำนโยบายฯ ฉบับ พ.ศ. 2568-2570 นี้ สมช. ดำเนินการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 โดยวางกรอบทิศทางให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา ซึ่งมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • งานความมั่นคง: เน้นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ เพื่อหาทางออกทางการเมือง

  • งานยุติธรรมและสังคม: เร่งรัดการอำนวยความยุติธรรม การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

  • งานพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต: มุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

  • เป้าหมายสูงสุด: เพื่อ “เปลี่ยนผ่าน” ภารกิจการแก้ไขปัญหาจากโครงสร้างพิเศษไปสู่กลไกการบริหารราชการปกติในระยะต่อไป


ชูยุทธศาสตร์ “ลดเงื่อนไขความรุนแรง” 3 ระดับ

      นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการ สมช. ระบุว่า หัวใจสำคัญของนโยบายฉบับนี้คือการคลี่คลายเงื่อนไขปัญหาใน 3 ระดับ รวมถึงปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความรุนแรงในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ปราศจากความรุนแรง ประชาชนได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรม

“เรามุ่งหวังที่จะเห็นการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่าง กอ.รมน. และ ศอ.บต. ในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างภาครัฐและประชาชน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญสู่สันติสุขที่ยั่งยืน” รองเลขาธิการ สมช. กล่าว


จับตาการบูรณาการ 90 หน่วยงาน

ความท้าทายสำคัญของนโยบายฉบับปี 2568-2570 คือการบูรณาการหน่วยงานที่มีความซับซ้อน โดยในครั้งนี้มีผู้แทนจากทั้งกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วมรับฟังแนวทาง เพื่อให้เกิดเอกภาพในการปฏิบัติงานและตอบสนองต่อความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

     แหล่งข่าวจากที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่า การมุ่งเน้นเรื่อง “การเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะปกติ” สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการลดบทบาทกองกำลังทหารและกฎหมายพิเศษลงในอนาคต หากสถานการณ์เอื้ออำนวยและแผนพัฒนาเศรษฐกิจเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม