ลดน้ำมันเหลือ 20 บ. ปลุกแก้ปม 22 ปี ชายแดนใต้จมปลักความจน

 

‘ทวี’ บุกหาดใหญ่ จวกรัฐบาลเมินทุกข์น้ำท่วมใต้ ชู Sandbox

         ความเคลื่อนไหวการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวทีดีเบตสัญจร “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ” โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อกรณีการจัดการปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาความยากจนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ


ฉะรัฐบาลนิ่งเฉยน้ำท่วมใต้ ชี้ระบบ Single Command ไทยล้มเหลว

          พ.ต.อ.ทวี เริ่มต้นการปราศรัยด้วยท่าทีดุดัน โดยพุ่งเป้าไปที่การบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยอย่างหนัก โดยระบุว่าความล่าช้าในการช่วยเหลือและความนิ่งเฉยต่อความสูญเสียของประชาชนคือ “บาปกรรมของรัฐบาล”

           นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้เปรียบเทียบโมเดลการจัดการน้ำกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนของโครงสร้างอำนาจรัฐไทยว่า:

  • มาเลเซีย: ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักกว่าไทย แต่ไร้ผู้เสียชีวิต เพราะใช้ระบบ Single Command ที่มีเอกภาพ

  • ไทย: การสั่งการไร้ทิศทาง นายกรัฐมนตรีสั่งการผ่านหลายหน่วยงาน (4 หัว) และขาดกฎหมายรองรับที่ชัดเจน ทำให้การเผชิญเหตุไม่มีประสิทธิภาพ


เสนอ Sandbox สงขลา ลดน้ำมันเหลือ 20 บาท กู้เศรษฐกิจปากท้อง

             ในมิติเศรษฐกิจ พ.ต.อ.ทวี ได้เสนอมาตรการที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมฟังดีเบต โดยการชูโมเดล “สงขลา Sandbox” เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นหลังวิกฤตน้ำท่วม

“รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจเพื่อชดเชยความเสียหายให้ประชาชน ผมเสนอให้ลดราคาน้ำมันลงเหลือลิตรละ 20 บาท โดยใช้สงขลาเป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้และประชาชนลืมตาอ้าปากได้ในสภาวะเช่นนี้” พ.ต.อ.ทวี ระบุ


ชำแหละปม 22 ปี ชายแดนใต้ ชี้ ‘กฎหมายพิเศษ’ ทำคนจนดิ่งเหว

                พ.ต.อ.ทวี ยังได้ทิ้งท้ายถึงประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยระบุว่าตลอด 22 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเน้นการใช้กฎหมายพิเศษและความมั่นคงนำหน้า แต่ผลลัพธ์ที่สะท้อนผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจกลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ พ.ต.อ.ทวี หยิบยกขึ้นมา:

  1. ความเหลื่อมล้ำ: จังหวัดนราธิวาสและปัตตานียังคงครองแชมป์จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศ

  2. ความแปลกแยก: การใช้กฎหมายพิเศษทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนห่างเหินกันมากขึ้น

  3. ข้อเสนอ: ถึงเวลาที่ต้อง “เปลี่ยนวิธีการ” โดยเปลี่ยนจากงบความมั่นคงมาเป็นงบพัฒนาคุณภาพชีวิต และคืนความเป็นธรรมให้คนในพื้นที่อย่างแท้จริง

                   การออกมาเคลื่อนไหวของพรรคประชาชาติในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามรักษาฐานเสียงสำคัญในภาคใต้ตอนล่าง ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงที่เข้มข้นก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง